เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก พบจุดแล้ว เร่งกู้พรุ่งนี้
ความคืบหน้ากรณี เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถค้นหาตำแหน่งเรือที่จมอยู่ใต้น้ำได้แล้ว หลังระดมกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 สาขาอยุธยา ทีมประดาน้ำ ชัช ตลาดไท และทีมตอบโต้ภัยพิบัติ เข้าสำรวจพื้นที่ในช่วงค่ำของวันที่ 18 ต.ค.
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเรือลากจูง “ช. รัชนีรุ่งเรือง” ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง จนเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำจมลงไปทั้งลำในแม่น้ำป่าสัก จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญอย่างวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเรือสัญจรผ่านอยู่เป็นระยะ ทำให้หลายฝ่ายต้องเร่งตรวจสอบและวางแผนกู้เรืออย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของการเดินเรือและประชาชนในพื้นที่
เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก พบตำแหน่งที่ความลึก 18 เมตร
เจ้าหน้าที่นำเครื่องโซนาร์ลงสำรวจค้นหาเรือในแม่น้ำป่าสัก ก่อนพบตัวเรือจมอยู่บริเวณกลางแม่น้ำ ที่ความลึกประมาณ 18 เมตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หัวเรือเอียงไปทางด้านซ้าย ลักษณะดังกล่าวทำให้การเข้าถึงตัวเรือและการเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
หลังพบจุด เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก นักประดาน้ำได้ลงไปผูกเชือกกับตัวเรือ พร้อมติดตั้งทุ่นเพื่อทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งให้เห็นได้อย่างชัดเจน การปักทุ่นถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้ทีมงานสามารถกลับเข้ามาปฏิบัติงานต่อได้ตรงจุด และช่วยให้เรือสัญจรลำอื่นมองเห็นบริเวณที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก ต้องหยุดภารกิจชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
แม้เจ้าหน้าที่จะค้นพบเรือและเตรียมเชือกไว้แล้ว แต่ภารกิจต้องยุติลงชั่วคราวในช่วงกลางคืน เนื่องจากทัศนวิสัยใต้น้ำไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับกระแสน้ำและความลึกอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อนักประดาน้ำ การหยุดปฏิบัติงานในช่วงเวลานี้จึงเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงความปลอดภัยของทุกคนเป็นหลัก
การกู้เรือที่จมอยู่ลึกถึงประมาณ 18 เมตร จำเป็นต้องอาศัยทั้งทีมประดาน้ำ อุปกรณ์ยกและลากจูง รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสภาพตัวเรือ จุดยึดเชือก น้ำหนักของเรือ และทิศทางการเคลื่อนย้ายอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเสียหายเพิ่มเติม หรือเกิดอันตรายระหว่างการกู้
แผนกู้เรือเตรียมดำเนินการช่วงเช้า
นายดำรงค์ศักดิ์ ภาคาพร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าของวันถัดไป เจ้าหน้าที่จะเริ่มผูกเชือกและใช้เรือลากจูงเคลื่อนย้ายเรือที่จมอยู่ไปยังจุดปลอดภัยบริเวณหน้าวัดกล้วย จากนั้นจึงจะดำเนินการกู้เรือขึ้นจากน้ำตามขั้นตอนต่อไป
การเคลื่อนย้ายเรือจะต้องวางแผนให้เหมาะสมกับสภาพแม่น้ำและการจราจรทางน้ำ โดยเจ้าหน้าที่อาจต้องจัดระเบียบเรือที่ผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว รวมถึงแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางให้ลดความเร็วและเว้นระยะห่างจากจุดที่มีทุ่นทำเครื่องหมาย การดำเนินการทั้งหมดจะเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เรือสัญจร และชุมชนริมแม่น้ำเป็นสำคัญ
- ตรวจสอบเชือกและอุปกรณ์ยึดเรือให้พร้อมก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
- ใช้เรือลากจูงเคลื่อนเรือไปยังบริเวณที่ปลอดภัย
- ประสานงานควบคุมการเดินเรือระหว่างการกู้เรือ
- ติดตามผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการสัญจรทางน้ำ
สำหรับประชาชนและผู้ใช้เรือในพื้นที่ หากต้องเดินทางผ่านบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหารหรือจุดใกล้เคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่เข้าใกล้ทุ่นที่ติดตั้งไว้ และควรใช้ความเร็วต่ำเพื่อป้องกันคลื่นกระแทกหรือรบกวนการทำงานของทีมกู้ภัย
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเกิดเหตุเรือขัดข้องกลางแม่น้ำ การค้นหาตำแหน่งและทำเครื่องหมายจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วมีความสำคัญมาก นอกจากช่วยให้เจ้าหน้าที่วางแผนกู้เรือได้แม่นยำขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อเรือลำอื่นที่อาจเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวด้วย ประชาชนจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น
ทีมงานจะเดินหน้ากู้เรือในช่วงเช้าตามแผนที่วางไว้ และความคืบหน้าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ กระแสน้ำ และความพร้อมของอุปกรณ์ หากภารกิจเป็นไปตามแผน ก็จะช่วยเปิดทางให้การเดินเรือบริเวณแม่น้ำป่าสักกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น
ข้อสังเกต: การปักทุ่นระบุตำแหน่งถือเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน ผู้ใช้เส้นทางทางน้ำควรชะลอความเร็วและเว้นระยะจากจุดเกิดเหตุ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนกว่าจะกู้เรือสำเร็จ

