เรื่องน่ารู้ : สะเดาดิน
ถ้าพูดถึงผักที่มีรสขมและคุ้นหู หลายคนคงนึกถึง “สะเดาดิน” ผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์มากมายและนิยมรับประทานกันมาตั้งแต่อดีต แม้จะมีรสขม แต่กลับอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ “สะเดาดิน” ให้มากขึ้นกัน
ลักษณะและถิ่นที่อยู่ของสะเดาดิน
สะเดาดินเป็นไม้ล้มลุกที่มีลำต้นเตี้ยหรือทอดเลื้อย แตกแขนงแผ่ราบไปกับพื้นดิน ต้นสามารถแตกกิ่งก้านสาขาแผ่กระจายออกไปรอบ ๆ ต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ชอบแสงแดด เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มักขึ้นตามบริเวณที่ชื้นแฉะ ไร่นา หรือตามสนามหญ้าทั่วไป
ลักษณะของสะเดาดินมีความโดดเด่น โดยใบเดี่ยวมีขนาดเล็ก แตกใบออกตามข้อต้น แต่ละข้อมีใบประมาณ 4-5 ใบ รูปใบยาวรี ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ กว้างประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบสีเขียว ก้านใบสั้น ส่วนดอกเดี่ยวสีขาวอมเขียว กลีบดอก 5 กลีบ ยาวประมาณ 0.3 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 0.6-1.2 เซนติเมตร ผลเป็นรูปยาวรี ยาวประมาณ 0.2 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 3 แฉก
ประโยชน์ทางอาหารของสะเดาดิน
แม้จะมีรสขม แต่สะเดาดินกลับเป็นผักที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ชาวบ้านมักนำสะเดาดินมารับประทานเป็นผักสด จิ้มกับน้ำพริก หรือรับประทานร่วมกับลาบ นอกจากนี้ยังสามารถลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงแค แกงเมือง หรือใช้แกงกับปลาทูนึ่งได้อีกด้วย รสขมของสะเดาดินช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและช่วยย่อยอาหารได้ดี
สรรพคุณทางยาของสะเดาดิน
สะเดาดินมีสรรพคุณทางยากว่าที่คิด โดยเฉพาะส่วนของใบซึ่งมีรสขมฝาดเย็น สามารถใช้รับประทานเป็นอาหารหรือต้มดื่ม ช่วยบำรุงไฟธาตุ ขับน้ำย่อย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ไข้ แก้พยาธิ แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงโลหิตและน้ำดี ช่วยลดความเครียด คลายกังวล นอกจากนี้ยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ และน้ำคั้นจากใบสามารถนำมาใช้เป็นยาทาภายนอก สำหรับรักษาบาดแผล น้ำร้อนลวก ผิวหนังอักเสบ หรือพอกฝีได้อีกด้วย
ส่วนเปลือกต้นใช้แก้ไข้ แก้บิดมูกเลือด แก้ท้องเสีย และช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนก้านและก้านใบช่วยรักษาไข้ ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ส่วนดอกมีสารกลุ่มไกลโคไซด์และสารที่มีรสขม ช่วยบำรุงธาตุ แก้พิษ และขับลม แก่นของต้นสามารถช่วยแก้อาเจียนและขับเสมหะ ส่วนกระพี้ใช้ดับพิษร้อนในร่างกาย รากใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้เสมหะและแก้ไข้ ผลของสะเดาดินมีสารให้รสขมชื่อ “บากายานิน” ซึ่งสามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ยาระบาย และรักษาริดสีดวงทวาร ส่วนน้ำมันจากเมล็ดมีสาร “มาร์โกสิกแอซิด” และ “นิมบิดิน” ใช้เป็นยาทาภายนอก รักษาโรคผิวหนัง หรือใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้อีกด้วย
ข้อควรระวังในการบริโภคสะเดาดิน
แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่การบริโภคสะเดาดินในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลเสียได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีสุขภาพบางประเภท เช่น คนธาตุเย็น คนความดันต่ำ หน้ามืด คนที่มีโรคไต หรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคในปริมาณมาก เพราะอาจกระตุ้นอาการได้ เนื่องจากสะเดาดินมีรสขมมากและเป็นยาเย็น ไม่ควรรับประทานเยอะหรือนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อตับและไตในระยะยาว
สำหรับคนธาตุเย็นและผู้ที่มีโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสะเดาดิน เพราะอาจทำให้ท้องอืด มีลมในท้อง หรือเรอเปรี้ยวได้ หรือแม้แต่ทำให้หน้ามืด เป็นลมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
สะเดาดินเป็นพืชพื้นบ้านที่มีคุณค่าและประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหารและยา แต่ควรบริโภคอย่างเหมาะสมและระมัดระวัง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ที่มา – เรื่องน่ารู้ : สะเดาดิน