เร่งตามตัวพระสงฆ์ พฤติกรรมฉาวสีกาหอมแก้ม
เหตุการณ์พระสงฆ์พฤติกรรมฉาวโฉ่ให้สีกาหอมแก้มกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวลือว่าพระรูปดังกล่าวมาจากพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สร้างความเสียหายอย่างมาก คณะสงฆ์จึงต้องเร่งตามตัว ‘พระสงฆ์’ พฤติกรรมฉาวให้สีกาหอมแก้ม มาจัดการตามพระธรรมวินัยทันที เพื่อคลายข้อสงสัยและรักษาความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
เร่งตามตัว ‘พระสงฆ์’ พฤติกรรมฉาวให้สีกาหอมแก้ม มาจัดการตามพระธรรมวินัย
จากภาพและคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 พระครูสุธรรมธีรานุยุต เจ้าคณะอำเภอปากช่อง ได้รับแจ้งและดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยรายงานไปยังเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ผลการตรวจสอบยืนยันว่าพระรูปนี้ไม่ได้สังกัดวัดใดในเขตอำเภอปากช่อง มหานิกาย แต่เป็นพระที่มาพักชั่วคราวเพียงไม่กี่วัน และออกจากพื้นที่ไปตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2567 ก่อนเกิดเหตุ
ตัวตนพระภิกษุรูปดังกล่าว
จากการสืบค้นทะเบียนประวัติและประสานเจ้าอาวาส พบว่าพระรูปนี้ชื่อ พระวุฒิชัย ฐิตสีโล นามสกุลพีระพันธ์ อายุ 39 ปี บวชได้ 12 พรรษา สังกัด วัดป่าเทพธรรมาราม คณะสงฆ์ธรรมยุต อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าอาวาสพระอธิการบรรจง สุวโจ ระบุว่า พระวุฒิชัยไม่ได้บวชที่วัดนี้ แต่ย้ายมาสังกัดเมื่อ 24 มิถุนายน 2565 พักอาศัยเพียง 1 เดือน จากนั้นกราบลาออกไปจาริกธรรมโดยไม่แจ้งที่ไป และไม่เคยกลับมาอีก
- ไม่ใช่พระประจำวัดในปากช่อง
- พักชั่วคราวและออกจากพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ
- สังกัดวัดป่าเทพธรรมาราม จ.ร้อยเอ็ด
- เจ้าอาวาสติดต่อตัวไม่ได้หลังเกิดเรื่อง
การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด (พศจ.ร้อยเอ็ด) ได้รับแจ้งจากพระครูโพธิชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย แล้วรายงานต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทันที โดยเจ้าอาวาสวัดป่าเทพธรรมารามกำลังพยายามติดต่อพระวุฒิชัยเพื่อเรียกตัวกลับมาดำเนินการตามพระธรรมวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะสงฆ์ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยผ่านหากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม
เหตุการณ์นี้จุดประกายให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาศีลธรรมวินัย โดยเฉพาะสิกขาบทที่ห้ามพระภิกษุสัมผัสหญิงด้วยความรักใคร่ หรือกระทำการที่อาจก่อให้เกิดกิเลส พระธรรมวินัยกำหนดโทษตั้งแต่ปาจิตตีย์ไปจนถึงพาราณิก หากพิสูจน์ได้ว่าจะมีผลกระทบร้ายแรงต่อพุทธศาสนา การเร่งตามตัวพระสงฆ์รูปนี้จึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบของคณะสงฆ์ในการทำความสะอาดวงการ
นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนให้พระสงฆ์ทุกรูปยึดถือ เช่น การหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสีกาเกินสมควร การเดินทางจาริกต้องแจ้งต้นสังกัด และการใช้โซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง สังคมพุทธควรสนับสนุนการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อป้องกันข่าวลือที่บิดเบือนและเสริมสร้างความเชื่อมั่น
ในมุมมองของผู้เขียน การเร่งตามตัว ‘พระสงฆ์’ พฤติกรรมฉาวให้สีกาหอมแก้ม มาจัดการตามพระธรรมวินัย เป็นสัญญาณที่ดีที่คณะสงฆ์ไม่นิ่งนอนใจ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ภาพลักษณ์พระพุทธศาสนาจะยั่งยืนต่อไป คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่หลาย
ที่มา – เร่งตามตัว ‘พระสงฆ์’ พฤติกรรมฉาวให้สีกาหอมแก้ม มาจัดการตามพระธรรมวินัย