เร่งรุกช่วยพื้นที่ขาดแคลนน้ำพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ก่อนหมดฤดูฝนนี้

สถานการณ์น้ำในประเทศไทยในช่วงฤดูฝนปีนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังคงขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตรโดย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดี ได้ออกมาเปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานแนวโน้มฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงวันที่ 10-11 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก

เร่งรุกช่วยพื้นที่ขาดแคลนน้ำพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ก่อนหมดฤดูฝนนี้

ในช่วงวันที่ 12 – 16 กันยายน 2568 กรมฝนหลวงฯ จะเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากคาดว่าฝนจะลดลงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจึงได้รับการสั่งการให้วางแผนในการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำมากแล้ว และไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย

สถานการณ์ความต้องการน้ำปัจจุบัน

ขณะนี้ ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งที่ยังต้องการน้ำเพื่อช่วยสนับสนุนการเพาะปลูกในช่วงท้ายฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งแม้จะตั้งอยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ก็มีความจำเป็นสูงในการเติมน้ำให้กับแหล่งเกษตรกรรมโดยรอบ รวมถึงในจังหวัดยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และชัยภูมิ พื้นที่เหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตของพืช เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นอกจากนี้ ขอบเขตของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ ยังคงมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 60% ซึ่งยังต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เช่น เขื่อนลำตะคอง (19.81%) เขื่อนลำนางรอง (23.67%) และอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้น้ำในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ

การดำเนินงานฝนหลวงครั้งสำคัญ

จากข้อมูลที่ได้รับการรายงาน กรมฝนหลวงฯ ได้ดำเนินการกระจายฝนตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 9 กันยายน 2568 รวมระยะเวลา 175 วัน โดยปฏิบัติการทั้งสิ้น 2,185 เที่ยวบิน ครอบคลุมพื้นที่ 63 จังหวัด ซึ่งมีการโหลดฝนลงพื้นที่เกษตรกรรมรวมประมาณ 144 ล้านไร่ และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก รวม 219 แห่ง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

  • จังหวัดภาคเหนือ: เชียงใหม่ ตาก พะเยา กำแพงเพชร
  • จังหวัดภาคกลาง: พิจิตร เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี
  • จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สกลนคร
  • จังหวัดภาคใต้: ระนอง กระบี่ สงขลา

จากผลการดำเนินงาน พบว่าปริมาณฝนที่ได้จากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็นร้อยละ 96 ของเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่อย่างเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเพิ่มน้ำได้ถึง 50% ผ่านการช่วยจากฝนหลวง อีกทั้งปริมาณฝนสะสมในพื้นที่เขื่อนทั่วประเทศรวมกันสูงถึง 471.28 ล้านลูกบาศก์เมตร

เมื่อพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมด ความต้องการฝนหลวงยังคงมีสูงอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังต้องการน้ำสำหรับการเกษตรและการบำรุง水源 ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมความพร้อมและมีความมั่นใจในความพร้อมของหน่วยงานที่ปฏิบัติการ และยังต้องมีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อให้การปฏิบัติฝนหลวงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์ บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ยังคงต้องการการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถดำเนินการเกษตรให้ต่อเนื่องจนสิ้นฤดูฝน ซึ่งหากฝนหลวงสามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึงและแม่นยำในพื้นที่ที่ต้องการ จะช่วยปรับสมดุลของระบบนิเวศและสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารได้เป็นอย่างดี

ที่มา – เร่งรุกช่วยพื้นที่ขาดแคลนน้ำพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ก่อนหมดฤดูฝนนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *