เร่งล่า 4 แรงงานเมียนมา ตี-แทง 2 นายจ้างจีน
ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย 4 ราย หลังเกิดเหตุทำร้ายนายจ้างชาวจีนภายในแคมป์คนงานก่อสร้างย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน
เร่งล่า 4 แรงงานเมียนมา ตี-แทง 2 นายจ้างจีน
เหตุเกิดบริเวณไซต์งานก่อสร้างภายในซอยพัฒนาชนบท 3 แยก 15 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง โดยตำรวจ สน.ลาดกระบังได้รับแจ้งว่ามีชายชาวต่างชาติถูกทำร้ายจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงประสานแพทย์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และอาสาสมัครกู้ภัยเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายชาวจีน โดยนายหยาง จงซู อายุ 39 ปี นอนหายใจรวยริน มีบาดแผลบริเวณศีรษะและใบหน้า คาดว่าถูกของแข็งตีอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีเลือดออกบริเวณปากและจมูก เจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือด้วยการทำ CPR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ นายเหอ สือเซิ่ง อายุ 49 ปี ถูกทำร้ายบริเวณศีรษะและมีบาดแผลถูกแทงที่หลัง 1 แผล เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธรเพื่อรักษาอาการ โดยตำรวจยังต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดเมื่ออาการปลอดภัยและสามารถให้ข้อมูลได้
เร่งล่า 4 แรงงานเมียนมา ตี-แทง 2 นายจ้างจีน จากปมจ่ายค่าแรง
จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น พบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 18.30 น. นายหยางและนายเหอเดินทางมาที่แคมป์พักคนงาน เพื่อจ่ายค่าแรงประจำเดือนให้ลูกจ้างชาวเมียนมาประมาณ 60 คน ระหว่างนั้นมีการพูดคุยและโต้เถียงกับแรงงานชาวเมียนมา 4 คน ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยา 2 คู่ เกี่ยวกับปัญหาการทำงานที่ถูกมองว่าไม่ได้มาตรฐาน
รายงานเบื้องต้นระบุว่า แรงงานทั้ง 4 คนต้องการลาออกจากงานกะทันหัน แต่นายจ้างปฏิเสธการจ่ายเงินบางส่วน เนื่องจากไม่ได้แจ้งลาออกล่วงหน้าตามข้อตกลงที่มีไว้ก่อนหน้า ทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียดและนำไปสู่การทะเลาะวิวาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงคำให้การในเบื้องต้น ตำรวจจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล หลักฐานในที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดประกอบกัน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเหล็กข้ออ้อยยาวประมาณ 60 เซนติเมตร มีคราบเลือดตกอยู่ในบริเวณแคมป์พักคนงาน รวมถึงซองเงินสดสำหรับจ่ายค่าแรงที่มีคราบเลือด เจ้าหน้าที่จึงเก็บวัตถุทั้งหมดไว้ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานสำคัญที่ตำรวจเร่งตรวจสอบ
- ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในไซต์งานและตามเส้นทางหลบหนี
- เหล็กข้ออ้อยที่พบในที่เกิดเหตุและคราบเลือดบนวัตถุ
- ซองเงินสดจ่ายค่าแรงที่ตกอยู่บริเวณแคมป์คนงาน
- คำให้การของแรงงานและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์
- ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรผู้เสียชีวิต
สำหรับเงินสดที่หายไปนั้น เบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าประมาณ 40,000-50,000 บาท โดยตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนเงินที่แน่นอน รวมทั้งตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินอื่นสูญหายหรือไม่ ขณะเดียวกันชุดสืบสวน สน.ลาดกระบังได้ลงพื้นที่ไล่ตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อระบุยานพาหนะ จุดหลบหนี และผู้ที่อาจให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องสงสัย
ตำรวจทราบชื่อผู้ต้องสงสัย 1 รายแล้ว คือ นายโซ ทึก อ่อง หรือ SOE HTIKE AUNG อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 3 ราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคลและติดตามตัวมาสอบสวน การดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยผู้ต้องสงสัยยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
เร่งล่า 4 แรงงานเมียนมา ตี-แทง 2 นายจ้างจีน เป็นคดีที่สะท้อนความสำคัญของการจัดการข้อขัดแย้งในสถานที่ทำงานอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรง เงื่อนไขการลาออก และการสื่อสารระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ทุกฝ่ายควรใช้ช่องทางตามกฎหมายและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนเกิดความสูญเสีย
ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยหรือพบเห็นเหตุการณ์ สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โดยตรง ข้อมูลจากประชาชนอาจช่วยให้ตำรวจติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้เร็วขึ้น และช่วยให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรมตามกระบวนการกฎหมาย
ที่มา – เร่งล่า 4 แรงงานเมียนมา ตี-แทง 2 นายจ้างจีน เสียชีวิต 1 สาหัส 1 ชิง 5 หมื่น

