“เลิกสัญญา” พูดง่ายกว่าทำ กับตำนานบทใหม่ ถนนพระราม 2

ถ้าพูดถึงชื่อถนนที่คนไทยคุ้นหูที่สุดในแง่ของงานก่อสร้างที่ยาวนานและอุบัติเหตุซ้ำซาก คงหนีไม่พ้น “เลิกสัญญา” พูดง่ายกว่าทำ กับตำนานบทใหม่ ถนนพระราม 2 ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตศรัทธาไปเสียแล้ว ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมการแก้ปัญหานี้ถึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับภาครัฐ

เบื้องลึกทำไม “เลิกสัญญา” พูดง่ายกว่าทำ กับตำนานบทใหม่ ถนนพระราม 2

ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้าย ไม่ว่าจะเป็นโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่น หรือคานทางด่วนถล่ม คำถามสำคัญที่สังคมตั้งคำถามไปยังผู้รับเหมาและหน่วยงานรัฐคือ เมื่อไหร่จะรับผิดชอบสักที? แม้นโยบายระดับสูงจะประกาศกร้าวให้มีการยกเลิกสัญญากับบริษัทที่ประมาทเลินเล่อ แต่ในความเป็นจริง “เลิกสัญญา” พูดง่ายกว่าทำ กับตำนานบทใหม่ ถนนพระราม 2 กลายเป็นสุญญากาศทางกฎหมายที่ไม่มีใครกล้าก้าวข้าม

ทำไมถึงยกเลิกสัญญาไม่ได้?

  • กระทบต่อประชาชนในวงกว้าง: หากยกเลิกสัญญา งานจะหยุดชะงักทันที ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องยาวนานหลายปี
  • ความเสี่ยงด้านโครงสร้าง: หากทิ้งงานกะทันหัน โครงสร้างที่ค้างอยู่จะกลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้ถนน
  • ขั้นตอนกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างมีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ซับซ้อน ทำให้การหาผู้รับจ้างรายใหม่ใช้ระยะเวลานานมาก

แทนที่จะยกเลิกสัญญา หน่วยงานรัฐจึงเลือกใช้วิธีเปลี่ยนทีมหน้างานและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น โดยบังคับให้ใช้บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเครนมาตรฐานสากลเข้ามาจัดการ เพื่อหวังให้งานแล้วเสร็จตามแผนที่เลื่อนไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2569 – 2570

ในมุมมองของประชาชน สิ่งที่ทุกคนต้องการไม่ใช่คำสัญญาว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่คือการเดินทางที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับมาตรการก่อสร้างที่หย่อนยาน การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือเพียงแค่เปลี่ยนทีมทำงาน อาจไม่เพียงพอที่จะลบภาพจำของ “ถนน 7 ชั่วโคตร” ได้หากไม่มีการปฏิรูประบบความปลอดภัยอย่างจริงจังและยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ศรัทธาที่พังทลายไปพร้อมกับคานถนนนั้น สร้างคืนได้ยากกว่างานก่อสร้างใดๆ ในโลก

ที่มา – “เลิกสัญญา”…พูดง่ายกว่าทำ ตำนานบทใหม่ “ถนนพระราม 2”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *