เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง เส้นทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่
สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยช่วงไม่กี่เดือนมานี้เต็มไปด้วยประเด็นต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงการเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก คือ การชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำ เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560
เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ความหวังใหม่ในการร่างรัฐธรรมนูญ
วันที่ 10 กันยายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติโดยเสียงข้างมากในการประชุมปรึกษาคดีเกี่ยวกับการทำประชามติรัฐธรรมนูญ โดยมีมติสำคัญว่า รัฐสภาสามารถชักนำความต้องการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องมีการให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนหน้า ศาลได้กำหนดขั้นตอนการประชามติไว้ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมีส่วนร่วมของประชาชน
จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงที่แม้ว่าศาลจะมีมติว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่หลายพรรคการเมืองยังคงมองว่ากระบวนการสำหรับการมี เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ยังไม่ถูกปิดกั้นทั้งหมด เพราะรัฐสภาสามารถออกแบบกลไกในการส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่จาก ส.ส.ร. ไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติในเวลาต่อมาได้
การเมืองระดับชาติในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ในขณะเดียวกัน ประเด็นความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกย้ายมาอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม หลังถูกตัดสินลงโทษจำคุกก็เป็นอีกประเด็นที่กำลังถูกจับตา รายงานระบุว่าเขาปรับตัวได้ดี สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำอย่างเหมาะสม และยังสามารถลุ้นพักโทษหรือได้รับพระราชทานอภัยโทษได้
ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายและแนวทางใหม่ ๆ ที่อาจมีผลต่อเส้นทางการเมืองของประเทศ โดยมีผู้นำอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ระบุถึงความจำเป็นในการส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงความพร้อมในการดำเนินการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ อย่างรอบคอบรอบด้าน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ก็เน้นย้ำว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเร่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 เพื่อให้เปิดทางให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวภายในสัปดาห์หน้า เพื่อไม่ให้โอกาสคลาดเคลื่อนไป
สิ่งสำคัญที่พรรคต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงคือ แม้ว่า เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง อาจเป็นหนทางหนึ่งในการสร้างความหวังใหม่ให้แก่ระบบราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อโครงสร้างทางการเมือง แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
เมื่อพิจารณาถึงบริบทของสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงมติของศาลรัฐธรรมนูญและแนวร่วมของพรรคการเมืองหลัก การเตรียมความพร้อมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรถอยหลัง เพราะนี่อาจเป็นหน้าต่างใหม่ที่นำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและโปร่งใสมากขึ้นในประเทศไทย
สนใจติดตามข่าวสารและการเมืองอื่น ๆ ได้ที่นี่:
- ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาล
- มุมมองจากผู้นำพรรคการเมือง
- ความคืบหน้าด้านกฎหมายและการปฏิรูป
ที่มา – เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง