เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องให้ผู้ชนะบริหาร
ประเด็น เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องให้ผู้ชนะบริหาร กลายเป็นเรื่องที่สังคมจับตา หลังการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ด สปส. เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน แม้เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ประกันตนทั้งหมดแล้ว สัดส่วนผู้ใช้สิทธิ์อาจยังไม่สูงมากนัก แต่ภาพรวมถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสะท้อนว่าหลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในระบบประกันสังคมมากกว่าเดิม
นายชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กล่าวถึงผลการเลือกตั้งว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้สมัครจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะได้ทั้งในส่วนของฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน โดยผลคะแนนที่ออกมานั้นอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นฉันทามติจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จึงควรให้ความสำคัญกับเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนด้วย
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องให้ผู้ชนะบริหาร
อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งยังต้องผ่านการตรวจสอบในหลายด้าน ทั้งเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครและข้อร้องเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างรอบคอบ การตรวจสอบควรแยกให้ออกระหว่างความเกี่ยวข้องในทางพฤตินัยกับความเกี่ยวข้องในทางนิตินัย เพราะสองประเด็นนี้มีน้ำหนักแตกต่างกันในการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมาย
หากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้สมัครหรือทีมผู้สมัครไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองในเชิงนิตินัยอย่างชัดเจน ก็ควรเคารพผลการเลือกตั้งและเปิดทางให้คณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม และทำให้เสียงของผู้ประกันตนกับนายจ้างไม่ถูกมองข้าม
ประเด็นพรรคการเมืองรณรงค์เลือกตั้งบอร์ด สปส.
สำหรับกรณีพรรคการเมืองหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกมารณรงค์นั้น นายชินโชติมองว่า หากเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ์ตามวันเวลาที่กำหนด อาจยังพอพิจารณาได้ว่าเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม แต่หากมีการชี้นำให้เลือกผู้สมัครหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง หรือรณรงค์ให้เลือกผู้สมัครหลายหมายเลขโดยมีเป้าหมายสนับสนุนทีมใดทีมหนึ่ง ก็อาจเข้าข่ายเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ
การพิจารณาเรื่องนี้จึงควรอาศัยข้อเท็จจริง เอกสาร หลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรตัดสินจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานประกันสังคมควรชี้แจงหลักเกณฑ์ให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า การรณรงค์แบบใดทำได้ และการกระทำแบบใดอาจถือเป็นการช่วยเหลือผู้สมัครหรือแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง
- การเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ควรทำได้ หากไม่ได้ระบุหรือชี้นำผู้สมัคร
- การรณรงค์ให้เลือกหมายเลขเฉพาะ อาจต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายสนับสนุนผู้สมัครหรือไม่
- การตรวจสอบคุณสมบัติ ต้องอาศัยหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม
- การล้มผลการเลือกตั้ง ควรเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่พบการกระทำผิดอย่างชัดเจนและมีผลต่อการเลือกตั้ง
ตรวจสอบให้ชัดก่อนตัดสินผลเลือกตั้ง
กรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการโพสต์เล่าการรณรงค์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ก็ยังต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน หากการรณรงค์เป็นเพียงการเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ อาจถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่พยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดบางอย่าง แต่การจะสรุปว่าผิดระเบียบหรือไม่ ต้องพิจารณาจากเนื้อหา เจตนา ช่องทางการเผยแพร่ และความเชื่อมโยงกับผู้สมัครอย่างครบถ้วน
สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบต้องยึดหลักนิตินัยเป็นหลัก หากไม่สามารถสาวไปถึงหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือระเบียบ ก็ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในวงกว้าง เพราะผู้ชนะได้รับคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก การไม่ยอมรับผลโดยไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ อาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง
นายชินโชติยังแสดงความเห็นว่า หากทางกฎหมายตรวจสอบไปไม่ถึงการกระทำผิดอย่างชัดเจน ก็ควรปล่อยให้ผู้ชนะเข้ามาบริหารงานทั้งในส่วนของฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน การล้มการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานเพียงพออาจนำไปสู่ความวุ่นวาย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนที่มีต่อสำนักงานประกันสังคม
ในมุมของประชาชน เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ผลแพ้ชนะของผู้สมัครแต่ละทีมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน การบริหารเงินสมทบ และทิศทางการพัฒนาระบบประกันสังคมในอนาคต ดังนั้น คณะกรรมการชุดใหม่ควรเร่งสร้างความโปร่งใส เปิดเผยแนวทางการทำงาน และรับฟังเสียงจากทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป หลักการ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องให้ผู้ชนะบริหาร ควรดำเนินควบคู่ไปกับการตรวจสอบตามกฎหมาย หากพบความผิดชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามกติกา แต่หากหลักฐานยังไม่เพียงพอ การเคารพผลคะแนนและให้คณะกรรมการชุดใหม่เริ่มทำงานน่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความขัดแย้งได้ดีที่สุด ประชาชนเองก็ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันผลักดันให้บอร์ดประกันสังคมทำงานอย่างโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน
ท้ายที่สุด การ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องให้ผู้ชนะบริหาร ไม่ควรหมายถึงการปล่อยผ่านข้อร้องเรียน แต่ควรหมายถึงการยึดหลักฐาน กฎหมาย และเสียงของผู้ใช้สิทธิ์เป็นศูนย์กลาง หากทุกฝ่ายเคารพกติกาและร่วมตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ ระบบประกันสังคมก็จะเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง