“เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์ เทคโนโลยีขั้นสูง
เมื่อไม่นานมานี้ “เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์ ได้สร้างความฮือฮาในวงการเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง จากเกาหลีใต้ สู่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา พลเอกตำรวจ โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางการเมืองระดับสูงระหว่างสองชาติ
“เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์ ปูทางเทคโนโลยีขั้นสูง-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งปี โดยเกาหลีใต้เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และเป็นคู่ค้ารายสำคัญอันดับต้นๆ มูลค่าการค้าสองฝ่ายเมื่อปีที่แล้วทะลุ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่พุ่งทะยาน ทั้งสองฝ่ายประกาศข้อตกลงความร่วมมือถึง 12 ฉบับ ครอบคลุมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานหมุนเวียน
เป้าหมายยกระดับเศรษฐกิจเวียดนามด้วย “เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์
รัฐบาลเวียดนามภายใต้การนำของพล.ต.อ. โต เลิม มุ่งผลักดัน “รูปแบบการเติบโตใหม่” เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยหวังดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายหลักคือเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.83 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งถือเป็นความทะเยอทะยานที่ท้าทายแต่เป็นไปได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือซัมซุง บริษัทยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งในเวียดนาม ด้วยเงินลงทุนสะสมกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 741,336 ล้านบาท) ล่าสุดมีแผนขยายการลงทุนอีก 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 128,928 ล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานประกอบชิปเซมิคอนดักเตอร์ในจังหวัดท้ายเงวียน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม โครงการนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไฮเทคของเวียดนามให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ประโยชน์จากข้อตกลงความร่วมมือ 12 ฉบับ
- เทคโนโลยีขั้นสูง: ร่วมพัฒนา AI, เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0
- พลังงานนิวเคลียร์: เกาหลีใต้จะช่วยเวียดนามสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงพลังงาน
- โครงสร้างพื้นฐาน: ลงทุนพัฒนาท่าเรือ สนามบิน และระบบคมนาคม
- พลังงานหมุนเวียน: ส่งเสริมโซลาร์ ลม และไฮโดรเจน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน
- การค้าและเศรษฐกิจ: ลดภาษี ขยายตลาด สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีบริษัทชั้นนำอย่าง Hyundai, LG และ SK Group ที่สนใจขยายฐานในเวียดนาม ซึ่งจะสร้างงานนับแสนตำแหน่ง และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แรงงานท้องถิ่น การกระชับสัมพันธ์ “เวียดนาม-เกาหลีใต้” นี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเฉลี่ย 6-7% ต่อปี แต่ยังเสริมบทบาทเวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก โดยเฉพาะในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังย้ายจากจีน
สำหรับธุรกิจไทย นี่คือโอกาสทอง เพราะเวียดนามเป็นคู่แข่งและพันธมิตรในอาเซียน ไทยสามารถร่วมมือใน supply chain ของซัมซุง หรือลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์ร่วมกันได้
ในมุมมองของผู้เขียน การ “เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์ ครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เวียดนามก้าวสู่มหาอำนาจเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลองนึกภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงงานชิปที่ทันสมัย มันจะเปลี่ยนโฉมประเทศใบนี้ไปตลอดกาล คุณคิดว่าความร่วมมือนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภูมิภาคของเรา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลก!
ที่มา – “เวียดนาม-เกาหลีใต้” กระชับสัมพันธ์ ปูทางเทคโนโลยีขั้นสูง-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์