เศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง
ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากเวทีเศรษฐกิจโลก หลังการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และธนาคารโลก มีผู้ลงทะเบียนจากต่างประเทศเกือบ 20,000 คน นับเป็นจำนวนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดงาน Annual Meetings ของทั้งสององค์กร เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นเจ้าภาพระดับนานาชาติ แต่ยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนของประเทศในระยะยาว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยว่า การจัดงานตลอดสองวันที่ผ่านมาได้รับเสียงชื่นชมจากประธานธนาคารโลกและกรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ความพร้อมของสถานที่ และการต้อนรับของประชาชนไทย ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากยังแสดงความสนใจที่จะกลับมาเที่ยวและร่วมกิจกรรมในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ
เศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง
หนึ่งในจุดเด่นของการประชุมคือการนำเอกลักษณ์ไทยมาผสมผสานกับเวทีการเงินระดับโลก โดยชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตกแต่งพื้นที่ด้วยผ้าไทยและผ้าขาวม้า สร้างความประทับใจให้ผู้แทนจากนานาประเทศ สินค้าไทยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่ง แต่ยังสะท้อนศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และโอกาสในการขยายตลาดสินค้าชุมชนสู่ตลาดโลก
นอกจากการเป็นเจ้าภาพที่ได้รับคำชม ประเทศไทยยังใช้โอกาสนี้นำเสนอแนวคิดและนโยบายเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน สร้างงานคุณภาพ และช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน
เศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้งด้วยเทคโนโลยี
เวที “Small AI, Big Jobs” เป็นตัวอย่างสำคัญที่ไทยได้นำเสนอโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และระบบ “นกกระสิบ” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศต่าง ๆ แนวคิดดังกล่าวมุ่งใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายเล็ก หากพัฒนาต่อเนื่องก็อาจกลายเป็นต้นแบบที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
อีกบทบาทสำคัญของไทยคือการเป็นผู้เชื่อมโยง หรือ Trusted Connectors ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญความขัดแย้ง สงครามการค้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การจัดเวที “Building Resilience in a Fragmented World” ทำให้ไทยมีโอกาสสื่อสารแนวทางสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และแสดงจุดยืนในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
บทเรียนจากอดีตสู่การเติบโตอย่างมั่นคง
ประเทศไทยยังได้นำเสนอพัฒนาการทางเศรษฐกิจตลอด 35 ปี ตั้งแต่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านการเงินเมื่อปี 2534 จนถึงการจัดงานครั้งล่าสุด บทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ทำให้ไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การดูแลเสถียรภาพทางการเงิน และการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจ
แนวคิดที่ถูกย้ำบนเวทีโลกคือ เศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง แต่การเดินทางครั้งนี้ควรเป็นการเติบโตที่รอบคอบ มีเป้าหมาย และกระจายประโยชน์ไปยังประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่การเติบโตอย่างรวดเร็วโดยขาดการวางแผน ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุน ความสามารถในการแข่งขัน ความเท่าเทียม และการดูแลสิ่งแวดล้อม
Bangkok Blueprint กับภารกิจรับมืออาชญากรรมออนไลน์
อีกประเด็นที่ไทยเตรียมนำเสนอคือแผนยุทธศาสตร์ “Bangkok Blueprint” ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไทยจะถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการปราบปรามบัญชีม้า การลดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกฎ Travel Rule เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลที่จำเป็นต่อหน่วยงานกำกับดูแล และลดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพอาจใช้ฟอกเงิน
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ปลอดภัยและเชื่อมโยงกัน
- ยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ
- ป้องกันการใช้บัญชีม้าและสินทรัพย์ดิจิทัลในทางที่ผิด
- สร้างความรู้ด้านความปลอดภัยออนไลน์ให้ประชาชนและธุรกิจ
เร่งลงทุน ยกระดับแรงงาน และพา SME เข้าสู่ตลาดโลก
แม้ IMF จะปรับประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.0 แต่ภาครัฐมองว่ายังมีโอกาสผลักดันการเติบโตให้สูงขึ้นได้ด้วยนโยบายที่เน้นการลงทุนเป็นตัวนำ หรือ Investment-led Growth หัวใจสำคัญคือการเพิ่มทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการนำผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ได้แก่ AI เกษตรสมัยใหม่ อาหาร การแพทย์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หากไทยสามารถเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนเข้าด้วยกัน ก็จะช่วยสร้างงานรายได้สูงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยสรุป การประชุม IMF และธนาคารโลกครั้งนี้เป็นมากกว่างานประชุมนานาชาติ เพราะเป็นโอกาสที่ไทยได้แสดงศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่น และนำเสนอวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจต่อสายตาชาวโลก แม้เส้นทางข้างหน้าจะมีความท้าทาย แต่หากไทยเดินหน้าลงทุนในคน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ความฝันที่ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง ก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริงและนำพาประเทศไปสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
ที่มา – ปลื้ม ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ทะลุ 2 หมื่นคน ชู ศก.ไทยกำลังทะยานขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง