เสือโคร่งใกล้แคมป์นกแก่งกระจาน กล้องจับภาพได้
ข่าวดีจากผืนป่าแก่งกระจานสร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักธรรมชาติอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตรวจพบร่องรอยและภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า หรือ Camera trap บริเวณทางเข้าหน่วยแคมป์นก เหตุการณ์นี้ช่วยยืนยันว่าผืนป่ามรดกโลกยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าหายากอย่างเสือโคร่ง
ก่อนหน้านี้ ชุดลาดตระเวนพบรอยอุ้งตีนขนาดใหญ่บนเส้นทางถนนทางเข้าหน่วยแคมป์นก โดยรอยดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 8.5 เซนติเมตร อยู่ห่างจากจุดบริการนักท่องเที่ยวบ้านกร่างแคมป์ไม่เกิน 1 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้องดักถ่ายในบริเวณใกล้เคียง เพื่อค้นหาคำตอบว่าเจ้าของรอยเท้าคือเสือโคร่งตัวใด
เสือโคร่งใกล้แคมป์นกแก่งกระจาน กล้องบันทึกภาพได้
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนประจำหน่วยแคมป์นกได้ตรวจสอบข้อมูลจากกล้อง Camera trap บริเวณทางเข้าหน่วย ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยประมาณ 4 กิโลเมตร และพบภาพเสือโคร่งเดินผ่านพื้นที่ดังกล่าว จึงสามารถยืนยันได้ว่าเจ้าของรอยอุ้งตีนที่พบก่อนหน้านี้คือเสือโคร่งจริง ไม่ใช่สัตว์ป่าชนิดอื่นที่มีลักษณะรอยเท้าใกล้เคียงกัน
เสือโคร่งใกล้แคมป์นกแก่งกระจาน อาจเป็นสมาชิกใหม่ของป่า
จากขนาดรอยเท้าที่วัดได้ประมาณ 8.5 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่คาดว่าเสือตัวนี้อาจเป็นเสือโคร่งเพศเมีย หรือเป็นเสือโคร่งวัยเด็กที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ โดยมีการเปรียบเทียบกับเสือโคร่งณเดช ซึ่งเป็นเสือที่เจ้าหน้าที่รู้จักและติดตามอยู่ในพื้นที่ เสือโคร่งณเดชมีรอยอุ้งตีนกว้างประมาณ 12 เซนติเมตร จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าภาพครั้งนี้เป็นเสือคนละตัว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำภาพจากกล้องมาประมวลผลและคัดแยกลวดลายบนลำตัว เพราะลายของเสือโคร่งแต่ละตัวมีความแตกต่างกันคล้ายลายนิ้วมือมนุษย์ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยระบุว่าเสือตัวดังกล่าวเป็นสมาชิกเดิมที่เคยพบในพื้นที่หรือเป็นเสือโคร่งตัวใหม่ที่เพิ่งเกิดและเริ่มออกหากินด้วยตัวเองในป่าแก่งกระจาน
การพบเสือโคร่งในบริเวณใกล้หน่วยแคมป์นกมีความหมายต่อการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก เพราะเสือโคร่งเป็นผู้ล่าลำดับสูงสุดที่ต้องอาศัยพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ มีแหล่งน้ำเพียงพอ และมีสัตว์เหยื่อจำนวนมาก การปรากฏตัวของเสือจึงสะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ หากผืนป่ามีสัตว์กินพืชและสัตว์ขนาดเล็กเพียงพอ เสือโคร่งก็จะสามารถใช้พื้นที่เป็นแหล่งหากินและถิ่นอาศัยได้
นอกจากจะเป็นข่าวดีสำหรับนักอนุรักษ์แล้ว ภาพจากกล้อง Camera trap ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะช่วยเก็บข้อมูลสัตว์ป่าโดยไม่รบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติ กล้องสามารถบันทึกเวลา ทิศทางการเคลื่อนไหว และลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละตัว ข้อมูลเหล่านี้นำไปใช้วางแผนลาดตระเวน ประเมินประชากรสัตว์ป่า และกำหนดแนวทางคุ้มครองพื้นที่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ SMART Patrol ในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะติดตามความเคลื่อนไหวของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบเส้นทางที่สัตว์ใช้เป็นประจำ การดำเนินงานนี้ไม่เพียงช่วยเก็บข้อมูลทางวิชาการ แต่ยังช่วยป้องกันการลักลอบล่าสัตว์และลดความเสี่ยงจากกิจกรรมที่อาจรบกวนสัตว์ป่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปบ้านกร่างแคมป์หรือพื้นที่ใกล้เคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่พยายามตามหาหรือเข้าใกล้เสือโคร่งด้วยตัวเอง แม้การได้พบสัตว์ป่าจะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่ความปลอดภัยของคนและการไม่รบกวนธรรมชาติควรมาก่อนเสมอ
- ปฏิบัติตามกฎและคำแนะนำของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
- ห้ามเข้าใกล้สัตว์ป่า ห้ามใช้แฟลช และห้ามส่งเสียงรบกวน
- ช่วยกันรักษาความสะอาดและนำขยะออกจากพื้นที่
- แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบร่องรอยหรือสัตว์ป่าผิดปกติ
การค้นพบเสือโคร่งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าการดูแลผืนป่าอย่างต่อเนื่องกำลังเกิดผล เสือโคร่งใกล้แคมป์นกแก่งกระจานอาจเป็นตัวแทนของความหวังในการฟื้นฟูธรรมชาติ และเป็นแรงสนับสนุนให้ทุกฝ่ายร่วมกันปกป้องผืนป่าแห่งนี้ต่อไป หากมีโอกาสเดินทางไปเยือน ขอให้ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและช่วยกันรักษาบ้านของสัตว์ป่าให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป
ที่มา – เจอแล้ว ‘เสือโคร่ง’ ใกล้แคมป์นกแก่งกระจาน กล้อง Camera trap บันทึกภาพไว้ได้

