เหยื่อสาวกลับบ้านมาเจอโจร ถูกซ้อมน่วมชิงทรัพย์
เหยื่อสาวกลับบ้านมาเจอโจร ถูกซ้อมน่วมชิงทรัพย์
เหตุการณ์สุดสลดใจเกิดขึ้นที่จังหวัดนครพนม เมื่อเหยื่อสาวกลับบ้านมาเจอโจรที่แอบเข้าไปลักทรัพย์ ก่อนจะใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม จนกลายเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม
นางพรพรรณ เจ้าของบ้าน เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลังจากกลับมาถึงบ้านและเปิดประตูเข้าไป ก็ต้องตกใจอย่างมากเมื่อพบว่านายอรรคพล หรือ “บอล” อายุ 27 ปี แอบย่องเข้ามาในบ้านเพื่อขโมยของ โดยยังไม่ทันตั้งตัว คนร้ายก็พุ่งเข้าชกทันที ไม่ให้โอกาสได้ตั้งหลัก
เหยื่อสาวกลับบ้านมาเจอโจร ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม
ก่อนจะใช้มีดพับไล่ฟัน ผู้เสียหายพยายามยกมือป้องกัน แต่ก็ถูกฟันเข้าที่คางและนิ้วมือซ้าย 3 นิ้ว ต้องเย็บรวม 10 เข็ม นอกจากนี้ใบหน้าและลำตัวยังมีร่องรอยช้ำเขียวหลายแห่ง จากการถูกชกและทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกันคนร้ายยังกระชากกระเป๋า ภายในมีสร้อยคอทองคำ 2 บาท แหวนทอง 1 สลึง และเงินสดประมาณ 3,000 บาท ก่อนจะรีบหลบหนีไป
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก พร้อมด้วยชุดสืบสวน ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ อส. และผู้ใหญ่บ้าน ได้ระดมกำลังไล่ล่าคนร้ายอย่างเต็มที่ ใช้เวลานานกว่าครึ่งค่อนวัน ก่อนจะได้รับเบาะแสว่าคนร้ายหลบซ่อนอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนาของตนเอง
ตำรวจปิดล้อมจับผู้ต้องหาได้ในที่สุด
เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเดินเท้าเข้าปิดล้อมอย่างเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัวหนีรอดไปได้อีก หลังจากเรียกชื่อไม่กี่ครั้ง นายบอลก็คลานออกจากเต็นท์และยอมมอบตัว โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นพบทรัพย์สินที่ถูกขโมยยังอยู่ครบ ทั้งสร้อยทอง แหวนทอง และเงินสด
นายบอล ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเพิ่งพ้นโทษมาได้เพียง 4 เดือน ไม่มีงานทำ แถมยังเลิกกับภรรยาและลูก จึงตัดสินใจก่อเหตุขึ้นมาเพราะอยากได้เงินไปเยี่ยมลูก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังดูน่าสงสาร แต่ไม่อาจลบล้างความผิดร้ายแรงที่ก่อไว้ได้
ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อผู้เสียหายมาชี้ตัวคนร้าย นายบอลถึงกับคุกเข่า ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา ขอขมาในสิ่งที่ทำลงไป ผู้เสียหายเองก็แสดงความเมตตา ไม่ติดใจเอาความส่วนตัว เพียงขอให้ได้ทรัพย์สินคืน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายบอลเคยติดคุกคดีมาตรา 112 และพ้นโทษมาได้เพียง 4 เดือน ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา “ชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย” และ “ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส” พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด
เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายจากการโจรกรรมในบ้าน แม้จะอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ดูสงบ ก็อาจเกิดเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ การตระหนักถึงความปลอดภัย การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน และการไม่เปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครัวเรือนควรให้ความสำคัญ
ที่มา – เหยื่อสาวกลับบ้านมาเจอโจร ถูกซ้อมน่วมชิงทรัพย์ ตร.ไล่ล่าจับตัวอ้างหาเงินไปเยี่ยมลูก

