“เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โต้สหรัฐ ยันไม่ซื้อน้ำมันอิหร่าน
ในวงการพลังงานโลกกำลังเดือด เมื่อ “เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โรงกลั่นน้ำมันอิสระชื่อดังจากเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำ โดยกล่าวหาว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ของน้ำมันอิหร่าน แต่บริษัทรีบออกมาปฏิเสธทันควัน สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนและผู้ติดตามข่าวการเมืองระหว่างประเทศอย่างมาก
“เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โต้สหรัฐ ยันไม่เคยซื้อน้ำมันอิหร่านหลังถูกขึ้นบัญชีดำ
จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 26 เมษายน จากกรุงปักกิ่ง สหรัฐประกาศคว่ำบาตรโรงกลั่นประเภท “โรงกลั่นกาน้ำชา” หรือ teapot refinery อย่างเหิงลี่ ปิโตรเคมี โดยอ้างว่าบริษัทนี้รับซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านมูลค่ามหาศาล ซึ่งขัดต่อมาตรการ تحریمของสหรัฐต่ออิหร่าน
ทว่า เหิงลี่ ปิโตรเคมี ไม่ยอมง่ายๆ โดยส่งหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์จีนอย่างเป็นทางการ ระบุชัดเจนว่า “บริษัทไม่เคยมีส่วนร่วมในการค้าขายใดๆ กับอิหร่าน” นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าผู้จัดหาน้ำมันดิบทุกเจ้าล้วนรับประกันว่าน้ำมันที่ส่งมอบไม่เข้าข่ายคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้กิจกรรมการจัดซื้อไม่ได้รับผลกระทบ
น้ำมันสำรองเหลือเฟือ กว่า 3 เดือน
บริษัทเผยอีกว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองในประเทศเพียงพอสำหรับการผลิตมากกว่า 3 เดือน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการนี้ได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังวิจารณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ “ขาดข้อเท็จจริงและไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย” พร้อมให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว
พื้นหลังของโรงกลั่นเหิงลี่ ปิโตรเคมี
เหิงลี่ ปิโตรเคมี เป็นหนึ่งในโรงกลั่นอิสระขนาดใหญ่ของจีน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมน้ำมันทางตะวันออกเฉียงเหนือ โรงกลั่นเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “teapot refineries” เพราะขนาดเล็กคล้ายกาน้ำชา แต่มีบทบาทสำคัญในการแปรรูปน้ำมันดิบราคาถูก โดยเฉพาะจากแหล่งที่ถูกคว่ำบาตร จีนเองเป็นผู้นำเข้าหลักของน้ำมันอิหร่านที่ส่งออกทางเรือ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐ
- ไม่เคยค้าขายกับอิหร่าน: บริษัทยืนยันชัดเจน ไม่มีธุรกรรมใดๆ
- ผู้ขายรับประกัน: น้ำมันทุกถังปลอดภัยจาก санкции
- สต็อกสำรอง: เพียงพอ 3 เดือน+ ไม่กระทบผลิต
- พร้อมสู้: จะฟ้องร้องและดำเนินการยกเลิกแบน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า โรงกลั่นอิสระอย่างเหิงลี่อาจไม่กระทบหนักเพราะไม่ได้พึ่งพาระบบการเงินสหรัฐมากนัก แต่หากสหรัฐขยายไปยังธนาคารจีนที่สนับสนุน ผลกระทบอาจลุกลาม สะท้อนถึงสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่ในภาคพลังงาน
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจจีน
เหตุการณ์ “เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โต้สหรัฐ นี้ เกิดท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก พึ่งพาการนำเข้าจากหลายแหล่ง รวมถึงอิหร่านที่ถูกแบน หากมาตรการนี้สำเร็จ อาจบังคับให้จีนหันไปซื้อจากรัสเซียหรือแหล่งอื่นมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัว
ในมุมนักลงทุน หุ้นของเหิงลี่อาจเผชิญแรงขายชั่วคราว แต่การโต้กลับที่แข็งกร้าวแสดงถึงความมั่นใจ นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของ secondary sanctions ที่สหรัฐใช้กดดันบุคคลที่สามไม่ให้ค้าอิหร่าน ซึ่งเคยเกิดกับบริษัทจีนและอินเดียมาแล้วหลายราย
จากข้อมูลสถิติ จีนนำเข้าน้ำมันอิหร่านราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ใช้เรือเงา (dark fleet) เพื่อเลี่ยงการตรวจจับ โรงกลั่น teapot มีสัดส่วน 20% ของกำลังกลั่นจีน ช่วยประหยัดต้นทุนให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยง geopolitical ในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน บริษัทอย่างเหิงลี่ต้องกระจายแหล่งนำเข้าให้มากขึ้นเพื่อความยั่งยืน
ในความเห็นของเรา เหตุการณ์ “เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โต้สหรัฐ นี้อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความตึงเครียดที่ยาวนาน ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมพลังงานควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉินทร์ได้ เชิญแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณมองอนาคตตลาดน้ำมันอย่างไร หรือติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – “เหิงลี่ ปิโตรเคมี” โต้สหรัฐ ยันไม่เคยซื้อน้ำมันอิหร่านหลังถูกขึ้นบัญชีดำ