เอกชนมองเงินพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่พอ ต้องกระตุ้นเพิ่ม
ในสภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับคลื่นลมมรสุมรอบด้าน ทั้งเรื่องกำลังซื้อที่ซบเซา ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดโลก การใช้จ่ายเงินจากภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดภาคเอกชนได้ออกมาแสดงความเห็นต่อประเด็น เอกชนมองเงินพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่พอ ต้องกระตุ้นเพิ่ม โดยมองว่าหากจะให้เม็ดเงินเหล่านี้สร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าต่อประเทศ ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์การเติบโตในระยะยาวจริง ๆ
มุมมองภาคเอกชนต่อการใช้เงินพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่พอ ต้องกระตุ้นเพิ่ม
จากการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งล่าสุด พบว่าผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่รู้สึกว่าการกู้ยืมเงินก้อนนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ภาคเอกชนจึงได้เสนอแนะให้ภาครัฐปรับเงื่อนไขการใช้จ่ายเพื่อมุ่งเน้นการหมุนเวียนเงินภายในประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดการใช้สินค้าที่ผลิตในไทยมากขึ้น เพื่อกระจายรายได้สู่ห่วงโซ่อุปทานอย่างทั่วถึง
มาตรการที่คาดหวังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ผลจริง
นอกจากจะมีประเด็นที่ว่า เอกชนมองเงินพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่พอ ต้องกระตุ้นเพิ่ม แล้ว ภาคเอกชนยังได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจไว้อีกหลายด้าน ดังนี้:
- สนับสนุนสินค้าไทย (Made in Thailand): กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในโครงการช่วยเหลือประชาชน หรือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ผู้ประกอบการ SME และผู้ผลิตในไทยโดยตรง
- ความโปร่งใสแบบ Real-time: ควรใช้ระบบ Dashboard ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้
- การปรับโครงสร้างพลังงาน: เน้นอุดหนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการ
- เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs: จัดสรรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและงบสนับสนุนเพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและเล็กให้สามารถประคองตัวและเติบโตได้ภายใต้ความท้าทายนี้
ในมุมมองของนักธุรกิจ ปัญหาปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การวางรากฐานให้เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบภาษีมาใช้เชื่อมโยงกับร้านค้าเพื่อขยายฐานภาษี หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มผลิตภาพในโรงงาน ล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เงินก้อนนี้คุ้มค่ามากที่สุดสำหรับการฟื้นฟูประเทศ
สุดท้ายนี้ เห็นได้ชัดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย การที่รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนและปรับเปลี่ยนมาตรการให้สอดรับกับความเป็นจริง จะเป็นสิ่งที่ช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวไปมากกว่านี้ หวังว่ามาตรการที่จะออกมาในอนาคตจะมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกระดับอย่างแท้จริง
ที่มา – เอกชนมองเงินพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่พอ ต้องกระตุ้นเพิ่ม แนะใช้เงินกู้หนุนซื้อสินค้าไทย