‘เอกณัฐ’ไม่ตอบยืนยัน ‘รทสช.’ หนุน ‘ชัยเกษม’ จริงหรือไม่

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาให้ข้อมูลกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกพรรคร่วมรัฐบาล ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และกระทั่งส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ประกาศเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาลตามระบบโหวตในสภาผู้แทนราษฎร

‘เอกณัฐ’ไม่ตอบยืนยัน ‘รทสช.’ หนุน ‘ชัยเกษม’ จริงหรือไม่

จากการสอบถามถึงแนวทางพรรคพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะสนับสนุน ‘เอกณัฐ’ไม่ตอบ ‘รทสช.’ โหวตหนุน ‘ชัยเกษม’หรือไม่ นั้น นายเอกนัฏกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวค่อยคุยกัน” และยืนยันว่ายังไม่มีกำหนดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการประสานทางเลือกใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเย็นวันนี้ ทั้งนี้ บรรยากาศในคลังจิตของบรรดานักการเมืองยังคงสับสนและลุ้นสถานการณ์อยู่

พรรคเพื่อไทยปรับแผนเสนอผู้นำหน้าใหม่หลัง แพทองธาร พ้นตำแหน่ง

พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยวางผู้นำหน้าของพรรคไว้กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้ปรับแผนกลยุทธ์ภายในโดยเร็ว และมีมติชี้ขาดเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในแวดวงการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองใหม่ของพรรคที่ตั้งใจแสดงออกถึงความพร้อมร่วมสร้างสรรค์ระบบการเมืองต่อไป

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนจากทุกพรรคร่วมรัฐบาล แต่การดำเนินการอย่างมีระเบียบของพรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่า พรรคฝ่ายรัฐบาลอยู่ในกระบวนการหาแนวทางให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสามารถผลักดันเป้าหมายร่วมต่อได้

  • น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เสนอชื่อเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ยังไม่ยืนยันว่า ‘รทสช.’ จะโหวตหนุน ‘ชัยเกษม’ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม สังคมต่างจับตาดูสถานการณ์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฝ่ายรัฐบาลในการบริหารประเทศภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้ มีความไม่แน่นอนหลายประการ ซึ่งอาจกระทบต่อภาพรวมเสถียรภาพและการบริหารราชการแผ่นดินในระยะยาว

การเคลื่อนไหวล่าสุดของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ที่ออกมารับสถานการณ์เป็นโอกาสใหม่ แปลว่ารัฐบาลมีเป้าหมายร่วมในการจัดระเบียบโครงสร้างการเมืองให้สามารถเดินหน้าประเทศไปสู่เสถียรภาพได้อย่างมั่นคง อาจเป็นการริเริ่มแรกสู่การขับเคลื่อนภูมิทัศน์การเมืองไทยในรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ มุมมองของผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคจะเป็นกุญแจสำคัญ ภายในสัปดาห์นี้ หากการประสานความเห็นบรรลุผลจะทำให้สามารถเสนอชื่อผู้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามกำหนดเวลาโดยสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม หากเกิดความล่าช้าอาจส่งผลให้เกิดวุฒิภาวะเป็นระยะเวลานาน

เรื่องนี้น่าจับตามองต่อไปว่า ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลจะมีมุมมองร่วมหรือไม่ และว่า ‘เอกณัฐ’ไม่ตอบ ‘รทสช.’ โหวตหนุน ‘ชัยเกษม’หรือไม่ ซึ่งท่าทีในขณะนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่รอการไขข้อข้องใจจากผู้เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ต้องติดตามพัฒนาการของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์นี้สามารถผลักดันให้เกิดแผนการต่างๆ ที่ออกมาประชุมกันในระดับสูงขึ้น ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีบทบาทของแต่ละภาคส่วนเพื่อประเมินแนวทางในการเดินหน้าภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ

ที่มา – ‘เอกณัฐ’ไม่ตอบ ‘รทสช.’ โหวตหนุน ‘ชัยเกษม’หรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *