‘เอกนิติ’ คุย ‘พิพัฒน์-เอกนัฏ’ จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาสู้น้ำมันแพง
ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ รัฐบาลไทยจึงเร่งรัดออกมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ล่าสุด ‘เอกนิติ’ คุย ‘พิพัฒน์-เอกนัฏ’ จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาสู้น้ำมันแพง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย
‘เอกนิติ’ คุย ‘พิพัฒน์-เอกนัฏ’ จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาสู้น้ำมันแพง
วันที่ 9 เมษายน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เชิญนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาร่วมหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เมษายนนี้
การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กระทรวงคมนาคมจะเป็นหน่วยงานหลักในการเสนอรายละเอียดมาตรการ เช่น การแจกคูปองน้ำมัน โดยกำหนดวงเงิน วิธีการจ่าย และมาตรการป้องกันการสวมสิทธิอย่างเข้มงวด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ที่สมควรได้รับจริง
7 มาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน
นอกจากนี้ ในวันที่ 11 เมษายน จะมีการแถลงข่าวรายละเอียด 7 มาตรการเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น ระยะเวลาการดำเนินโครงการและวันที่เงินจะเข้าบัญชีผู้รับสิทธิ์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอาจได้รับการเพิ่มเงินช่วยเหลือ หากสำนักงบประมาณสามารถจัดสรรงบประมาณส่วนที่เหลือได้ กลุ่มนี้ถือเป็นเป้าหมายหลักที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือให้ตรงจุดที่สุด
- คูปองน้ำมันสำหรับภาคขนส่ง
- เพิ่มเงินช่วยเหลือบัตรสวัสดิการ
- มาตรการลดภาระไฟฟ้าและค่าน้ำ
- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs
- โครงการคนละครึ่งรอบใหม่
- ลดภาษีนำเข้าน้ำมัน
- สนับสนุนเกษตรกรปรับโครงสร้างต้นทุน
มาตรการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงาน
เฝ้าระวังภาวะ Stagflation จากราคาน้ำมันแพง
นายลวรณ ยังกล่าวถึงความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อพุ่ง หรือ Stagflation โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดว่ามาตรการการคลังที่ออกมาจะช่วยบรรเทาได้ทันท่วงที
ราคาน้ำมันแพงในขณะนี้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และนโยบายของ OPEC+ ที่ลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไทยราคาน้ำมันดีเซลเกิน 35 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้ใช้รถยนต์และธุรกิจขนส่งเดือดร้อนหนัก รัฐบาลจึงต้องออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรอง เช่น การนำเข้าน้ำมันจากแหล่งใหม่ การส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้โปร่งใสมากขึ้น เพื่อป้องกันการกักตุนและเก็งกำไร
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการเยียวยาครั้งนี้จะช่วยให้ GDP โตได้ 0.5-1% ในไตรมาสที่ 2 และลดอัตราเงินเฟ้อลงเหลือ 5% ภายในสิ้นปี อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อรับสิทธิ์
สุดท้ายแล้ว ‘เอกนิติ’ คุย ‘พิพัฒน์-เอกนัฏ’ จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาสู้น้ำมันแพง ถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือวิกฤตพลังงาน แนะนำให้ทุกท่านติดตามข่าวสารจากช่องทางราชการและแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ หากมีประสบการณ์เดือดร้อนจากราคาน้ำมัน แสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลย!
ที่มา – ‘เอกนิติ’ คุย ‘พิพัฒน์-เอกนัฏ’ จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาสู้น้ำมันแพง