แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก
ในสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมโคนมไทยกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก กลายเป็นวาระเร่งด่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่รอช้า นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือกับชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อหาทางออกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำนมดิบค้างสต็อกและราคาตกต่ำ
แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก
ปัญหาหลักที่ชุมนุมสหกรณ์โคนมนำเสนอคือ น้ำนมดิบที่ค้างอยู่ในสหกรณ์จำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรต้องขายในราคาถูกกว่าที่ควร ขณะที่สต็อกนมกล่องก็ล้นตลาด ทำให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องในการรับซื้อมาใหม่ นอกจากนี้ จำนวนนักเรียนในระบบศึกษาลดลง สะท้อนถึงความต้องการนมในโครงการนมโรงเรียนที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและผลกระทบ
การล้นตลาดของน้ำนมดิบไม่เพียงกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโคนมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่าย เกษตรกรหลายรายต้องลดราคาขายหรือทิ้งนมไป ซึ่งเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมที่ไทยพยายามส่งเสริมมานาน
- น้ำนมดิบค้างสต็อกที่สหกรณ์ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ
- สต็อกนมกล่องจำนวนมาก ขาดเงินหมุนเวียน
- จำนวนเด็กในโรงเรียนลดลง ความต้องการนมโครงการลด
- หลักเกณฑ์การส่งมอบนมที่เข้มงวดเกินไป
แนวทางแก้ไขที่เสนอ
ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขหลายประการ โดยชุมนุมสหกรณ์เสนอให้จัดทำ MOU รับซื้อน้ำนมดิบในโครงการนมโรงเรียนปี 2568/2569 ให้ครบถ้วน รวมถึงเร่งระบายสต็อกนมกล่อง นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงเกษตรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา:
- ส่งเสริมนมโรงเรียน 365 วันตลอดปี
- ขยายไปถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
- โครงการนมสำหรับสตรีมีครรภ์
- ผ่อนปรนวันหมดอายุสินค้าจาก 4 เดือนเป็น 2 เดือนชั่วคราว
กระทรวงเกษตรตระหนักถึงปัญหาและเห็นชอบขยาย MOU เพื่อส่งเสริมนมในสถานศึกษา รวมถึงขยายไปยังมัธยมต้น (ม.1-ม.3) เร่งรัดโครงการสำคัญ และหารือขยายระยะเวลากระจายนมเหลือ 3 เดือนภายใต้มาตรฐานคุณภาพ นอกจากนี้ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์รวบรวมข้อมูลนมคงเหลือใน 15 วันเพื่อวางแผน
ที่ประชุมยังพูดถึงการเพิ่มช่องทางตลาด เช่น ขยายจุดขายผ่านปั๊มน้ำมัน ประสานเอกชนรับซื้อ ทบทวนโครงสร้างการตลาดของ อ.ส.ค. ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก และสรุปแนวทางภายใน 1-2 สัปดาห์
การ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก ครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูรายได้เกษตรกร สร้างความมั่นคงให้อุตสาหกรรมโคนมไทย และส่งเสริมสุขภาพประชาชนผ่านการบริโภคนมที่เพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมโคนมไทยมีศักยภาพสูง หากบริหารจัดการดี จะเป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกรจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นแหล่งเลี้ยงโคนมใหญ่
ประโยชน์ของนมไม่ใช่แค่อุดมแคลเซียม แต่ยังมีโปรตีน วิตามินที่ช่วยพัฒนาสมองและกระดูกเด็ก การขยายโครงการนมโรงเรียนจะช่วยลดปัญหาการขาดสารอาหารในเด็กไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การผ่อนปรนมาตรฐานชั่วคราวจะช่วยระบายสต็อกโดยไม่กระทบความปลอดภัย
สุดท้าย การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้สนใจอุตสาหกรรมโคนม แนะนำติดตามข่าวสารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสนับสนุนผลิตภัณฑ์นมไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง ลองแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อกระจายข้อมูลและสร้างแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ที่มา – แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก