แต่งตั้งอินทพร จั่นเอี่ยมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คพช.
มีความเคลื่อนไหวสำคัญด้านการคุ้มครองพระพุทธศาสนา หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ คพช. เพิ่มเติม โดยคำสั่งดังกล่าวระบุชื่อ แต่งตั้งอินทพร จั่นเอี่ยมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คพช. เพื่อเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์และนโยบายด้านพระพุทธศาสนา
การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวนโยบายของรัฐที่มุ่งอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมถึงศาสนาอื่นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงมีความจำเป็นต้องมีแนวทางดูแลที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของสังคม และสามารถรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรอบด้าน
แต่งตั้งอินทพร จั่นเอี่ยมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คพช.
ตามคำสั่งดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามข้อ 5 (3) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 และดำเนินการด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม แต่งตั้งนายอินทพร จั่นเอี่ยม ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพิ่มเติม
นายอินทพรได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในด้านการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์และนโยบายพระพุทธศาสนา โดยมีผลตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป คำสั่งลงวันที่ 18 กันยายน 2569 และลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานด้านพระพุทธศาสนาในระดับนโยบายของประเทศ
ประวัติและบทบาทของอินทพร จั่นเอี่ยม
สำหรับนายอินทพร จั่นเอี่ยม เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับการบริหารงานพระพุทธศาสนา โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2568 ประสบการณ์จากการทำงานในหน่วยงานดังกล่าวทำให้มีความเข้าใจทั้งด้านภารกิจของคณะสงฆ์ การบริหารงานภาครัฐ และการขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
ปัจจุบันนายอินทพรยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษามหาเถรสมาคม จึงถือเป็นผู้มีประสบการณ์ที่สามารถนำมาประกอบการทำงานของ คพช. ได้ในหลายมิติ ทั้งการให้ข้อมูลเชิงนโยบาย การเสนอแนวทางสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ และการสะท้อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพระพุทธศาสนาในสังคมไทย
ภารกิจของคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ คพช. ถูกกำหนดให้เป็นคณะกรรมการระดับชาติ ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 เป้าหมายสำคัญคือทำให้การคุ้มครองพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ และสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐและนโยบายของรัฐบาล
การมีคณะกรรมการระดับชาติเข้ามาดูแลเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการคุ้มครองพระพุทธศาสนาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลกิจการภายในของคณะสงฆ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การกำหนดแนวทางเชิงนโยบาย และการติดตามปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมในภาพรวม
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือแนวโน้มการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธศาสนา รวมถึงการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาด้วยรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ สังคม คุณธรรม จริยธรรม และความสงบเรียบร้อยของประชาชน การทำงานของ คพช. จึงควรเน้นทั้งการป้องกัน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และการแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการ
ความสำคัญของการแต่งตั้งครั้งนี้
การ แต่งตั้งอินทพร จั่นเอี่ยมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คพช. มีความน่าสนใจตรงที่นายอินทพรมีประสบการณ์โดยตรงจากการทำงานในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และยังมีบทบาทเป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ความรู้จากทั้งสองส่วนสามารถช่วยให้การพิจารณาประเด็นต่าง ๆ มีข้อมูลรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์และการกำหนดนโยบายพระพุทธศาสนา
ในมุมของประชาชน การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ย่อมช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่าการทำงานของคณะกรรมการจะตั้งอยู่บนข้อมูล ความเข้าใจ และความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จของภารกิจจะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของกรรมการทุกฝ่าย การรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย
การคุ้มครองพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องเดินควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อ การเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้างพื้นที่พูดคุยอย่างสุภาพ เพราะประเด็นทางศาสนาอาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความรู้สึก และวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก การดำเนินงานอย่างรอบคอบจึงมีส่วนช่วยลดความเข้าใจผิดและป้องกันความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
โดยสรุป แต่งตั้งอินทพร จั่นเอี่ยมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คพช. เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนการจัดวางบุคลากรผู้มีประสบการณ์เข้าสู่กลไกการคุ้มครองพระพุทธศาสนาระดับชาติ ต่อจากนี้สังคมคงต้องติดตามว่าคณะกรรมการจะขับเคลื่อนภารกิจตามระเบียบใหม่อย่างไร และจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อพระพุทธศาสนาและประชาชนได้มากน้อยเพียงใด หากทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยความเข้าใจและยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การคุ้มครองพระพุทธศาสนาก็มีโอกาสเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและเหมาะสมกับสังคมไทย
ที่มา – แต่งตั้ง ‘อินทพร จั่นเอี่ยม’ เป็น ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคพช.’