แนวคิดศาลาหลวง งาน IMF-World Bank หลักการทรงงาน รัชกาลที่ 9
การประชุมใหญ่สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ถือเป็นเวทีเศรษฐกิจระดับโลกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ นอกจากการหารือเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาประเทศแล้ว งานครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวคิดของไทยให้ผู้นำและนักพัฒนาจากทั่วโลกได้รู้จัก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Thailand Pavilion: The Royal Legacy-Empowering People, Building Resilience หรือศาลาไทยที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจ พระราชดำริ และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวที่เข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ และสะท้อนแนวทางการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
แนวคิดศาลาหลวง งาน IMF-World Bank หลักการทรงงาน รัชกาลที่ 9
แนวคิดศาลาหลวง งาน IMF-World Bank หลักการทรงงาน รัชกาลที่ 9 เกิดจากความร่วมมือของคณะทำงานระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดบทเรียนการพัฒนาประเทศไทยให้ประชาคมโลกเห็นว่า การพัฒนาที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการเข้าใจปัญหาของผู้คน ลงพื้นที่จริง และค่อย ๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม
ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนคณะทำงาน ได้อธิบายว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่มุ่งประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ พระองค์ทรงศึกษาปัญหาจากสภาพจริง ทดลองแนวทางต่าง ๆ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง หลักคิดเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางที่ผ่านการปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
แนวคิดศาลาหลวงกับการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน
หัวข้อหลักของการประชุมคือ “Empowering People, Building Resilience” หรือการเสริมพลังประชาชนและการสร้างภูมิคุ้มกัน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 อย่างชัดเจน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องทำให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีความรู้ มีอาชีพที่มั่นคง และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้
การจัดแสดงใน Royal Pavilion จึงไม่ได้มุ่งนำเสนอพระราชกรณียกิจในเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังต้องการชวนผู้ชมมองเห็นวิธีคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับปัญหาปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ หรือความไม่แน่นอนของโลก
5 หลักการทรงงานที่นำเสนอใน Royal Pavilion
คณะทำงานได้คัดเลือกหลักการทรงงานที่สำคัญจำนวน 5 ประเด็น เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับการพัฒนาในระดับประเทศและระดับโลก ดังนี้
- แก้ปัญหาใหญ่ระดับมหภาค เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่เล็ก ๆ ทดลองแนวทางที่เหมาะสม และขยายผลเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ดี วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การพัฒนาสอดคล้องกับบริบทจริง
- ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ การวางนโยบายควรรับฟังเสียงของประชาชน เข้าใจวิถีชีวิต และคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ การพัฒนาไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกับทุกชุมชน แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับทรัพยากรและความต้องการของคนในท้องถิ่น
- การพัฒนาตามลำดับขั้น ไม่ตัดขั้นตอน ความมั่นคงขั้นพื้นฐานเป็นรากฐานของการพัฒนาระยะยาว เมื่อประชาชนมีอาหาร มีรายได้ มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับที่สูงขึ้น
- ให้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ หลักคิดนี้สะท้อนการใช้กระบวนการตามธรรมชาติมาช่วยแก้ปัญหา เช่น การจัดการน้ำ การฟื้นฟูดิน และการดูแลระบบนิเวศ การทำงานร่วมกับธรรมชาติช่วยลดผลกระทบและสร้างความยั่งยืนมากกว่าการฝืนธรรมชาติ
- การสร้างภูมิคุ้มกัน หรือ Building Resilience ประเทศและชุมชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ โรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ภูมิคุ้มกันที่ดีเกิดจากการมีความรู้ การบริหารความเสี่ยง และการไม่ประมาท
เมื่อพิจารณาทั้ง 5 หลักการ จะเห็นว่าทุกข้อมีจุดร่วมคือการมองปัญหาอย่างรอบด้าน ให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่ และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลักการเหล่านี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
แนวคิดศาลาหลวง งาน IMF-World Bank หลักการทรงงาน รัชกาลที่ 9 จึงเป็นมากกว่านิทรรศการในงานประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็นพื้นที่สื่อสารอัตลักษณ์ด้านการพัฒนาของไทยให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของการพัฒนาไม่ได้วัดจากตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ความเข้มแข็งของชุมชน และความพร้อมที่จะปรับตัวต่ออนาคต
การจัดงานในช่วงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันนวมินทรมหาราช ยังช่วยเพิ่มความหมายให้กับการนำเสนอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานด้านการพัฒนาประเทศ การถ่ายทอดหลักคิดสู่เวทีโลกจึงเป็นทั้งการเผยแพร่มรดกทางความคิดและการต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนรุ่นใหม่
ในมุมมองของผู้เขียน หลักการทรงงานเหล่านี้ยังใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงานยุคใหม่ เราอาจเริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว รับฟังผู้เกี่ยวข้อง ทดลองก่อนขยายผล และเตรียมพร้อมรับความไม่แน่นอน หากทุกภาคส่วนร่วมกันนำแนวคิดไปปรับใช้ การพัฒนาประเทศก็จะมีรากฐานที่แข็งแรงและเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – แนวคิด ‘Royal Pavilion’ งาน IMF-World Bank หลักการทรงงานรัชกาลที่ 9








