แม่เก็บอัฐิ ‘จ่าเริง’ วีรบุรุษชายแดน ลาบวชหน้าไฟตลอดชีวิต

แม่เก็บอัฐิ ‘จ่าเริง’ วีรบุรุษชายแดน ลาบวชหน้าไฟตลอดชีวิต

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวที่สะท้อนความเสียสละและหัวใจของความเป็นแม่ ภายใต้ชื่อ แม่เก็บอัฐิ ‘จ่าเริง’ วีรบุรุษชายแดน ลาบวชหน้าไฟตลอดชีวิต เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียของครอบครัวหนึ่ง แต่ยังเป็นการสูญเสียของชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญของทหารไทยที่ปกป้องแผ่นดิน

จากความสูญเสียสู่การยึดมั่นในธรรมะ

ที่วัดป่าห้วยปอ ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้มีพิธีเก็บอัฐิของจ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน หนึ่งในวีรบุรุษชายแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการปะทะบนเนิน 350 จ.สุรินทร์ พิธีนี้มีทหารกองพระราชพิธีและครอบครัวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย

นางอุ่น คลังประโคน อายุ 79 ปี มารดาของจ่าเริง ได้ใช้มือหยิบเถ้ากระดูกของลูกชายบรรจุใส่โกศด้วยตนเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารจะช่วยบรรจุอัฐิ ห่อด้วยผ้าขาว เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ภายในศาลาวัด ฉากนี้เป็นภาพที่ตอกย้ำถึงความผูกพันของแม่กับลูกชาย แม้จะต้องจากกันชั่วนิรันดร์

หัวใจแม่ที่ไม่อาจลืมลูก

นางอุ่นกล่าวทั้งน้ำตาว่า แม้จะทำใจได้ยากและคิดถึงลูกชายสุดหัวใจ แต่ในฐานะแม่ ตนรู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่ลูกชายได้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย สมเกียรติชายชาติทหาร และขอให้ชาติหน้าลูกได้กลับมาเกิดเป็นลูกของตนอีกครั้ง

คำพูดของนางอุ่นสะท้อนถึงความรักของแม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แม้ลูกชายจะจากไป แต่หัวใจของแม่ยังคงยึดมั่นและภูมิใจในสิ่งที่ลูกชายทำเพื่อชาติบ้านเมือง

การตัดสินใจที่น่าชื่นชม

สำหรับแนวทางการจัดการอัฐิ นางอุ่นบอกกับทีมข่าวว่า มีความตั้งใจจะสร้างตู้กระจกเพื่อบรรจุอัฐิ รูปถ่าย และชุดเครื่องแบบของจ่าเริง ตั้งไว้ที่วัดป่าห้วยปอแห่งนี้ เพื่อให้ลูกชายได้อยู่ใกล้ชิดกับตนไปจนวันสุดท้ายของชีวิต

ส่วนเงินสวัสดิการหรือทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทัพและหน่วยงานมอบให้เพื่อการเยียวยานั้น นางอุ่นมองว่าเงินทองเป็นของนอกกาย เมื่อตายไปก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ หลังจากนี้จะมอบหมายให้ภรรยาของจ่าเริงและลูก ๆ เป็นผู้ดูแลจัดการแบ่งปันกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก

ความเสียสละของแม่

การตัดสินใจของนางอุ่นแสดงให้เห็นถึงความเสียสละอย่างแท้จริง เธอเลือกที่จะใช้ธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและฟื้นฟูจิตใจ และขออาศัยอยู่ที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมตลอดชีวิต ขณะที่ตนเองไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วในชีวิตนี้

นี่คือตัวอย่างของความรักและเสียสละที่ยิ่งใหญ่ ความรักของแม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แม้ลูกชายจะจากไป แต่หัวใจของแม่ยังคงยึดมั่นและภูมิใจในสิ่งที่ลูกชายทำเพื่อชาติบ้านเมือง

ข้อคิดจากเรื่องราวนี้

  • ความรักของแม่ไม่มีวันสิ้นสุด
  • ความเสียสละเพื่อชาติเป็นสิ่งที่ควรได้รับการยกย่อง
  • ธรรมะสามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในยามที่สูญเสีย
  • การแบ่งปันทรัพย์สินเป็นการแสดงความห่วงใยต่อครอบครัว

เรื่องราวนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ความรักของแม่ไม่มีวันสิ้นสุด และการเสียสละเพื่อชาติเป็นสิ่งที่ควรได้รับการยกย่อง แม้จะสูญเสียลูกชายไป แต่หัวใจของแม่ยังคงยึดมั่นและภูมิใจในสิ่งที่ลูกชายทำเพื่อชาติบ้านเมือง

ที่มา – น้ำตาซึม! แม่เก็บอัฐิ ‘จ่าเริง’ วีรบุรุษชายแดน ลาบวชหน้าไฟตลอดชีวิต-ยกเงินเยียวยาให้หลานทั้งหมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *