‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบ
ธุรกิจนอมินีหรือการใช้ชื่อบุคคลอื่นเพื่อปกปิดเจ้าของจริงในนิติบุคคล ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี หรือการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ล่าสุด น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยว่ารัฐบาลกำลังลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบ เพื่อตัดวงจรธุรกิจอำพรางนี้ให้สิ้นซาก โดยใช้มาตรการเชื่อมโยงข้อมูล ขยายผลเชิงรุก และเสริมกฎหมายให้รัดกุมยิ่งขึ้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนต่อยอดจากนโยบาย Quick Big Win ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 รัฐบาลกำหนดให้กลุ่มเสี่ยงต้องยื่นหลักฐานการเงินเพิ่มก่อนจดทะเบียน ส่งผลให้ในไตรมาสแรก บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% จาก 3,511 ราย เหลือเพียง 1,373 ราย นอกจากนี้ มาตรการยืนยันการลงทุนที่เริ่ม 1 เมษายน ช่วยลดความเสี่ยงต่อเนื่อง ช่วง 1-23 เมษายน พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงแค่ 175 ราย ลดลง 75% จาก 658 รายปีก่อน
ลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบ: 3 แนวทางหลักของรัฐบาล
จากนี้ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการใน 3 ด้านหลัก เพื่อปิดช่องโหว่ทุกทาง โดยตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 23 เมษายน 2569 มีความคืบหน้าที่น่าพอใจ ดังนี้
- สืบสวนเชิงลึกเครือข่ายนอมินี: ตรวจพบกลุ่มเสี่ยง 11 ราย เชื่อมโยงนิติบุคคลกว่า 300 ราย ส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อขยายผลและดำเนินคดีเด็ดขาด
- ลงพื้นที่ตรวจสอบ: ตรวจเชิงลึก 27 พื้นที่ ครอบคลุม 10 จังหวัด ส่งข้อมูลต่อ 9 หน่วยงานเพื่อขยายผล
- ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าว: ตรวจรวม 4,372 ราย กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อ
ลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบ ด้วยความร่วมมือข้ามหน่วยงาน
เพื่อยกระดับอีกขั้น รัฐบาลจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 21 หน่วยงาน ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พิธีนี้จะสร้างกลไกเชื่อมโยงข้อมูล เฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามนอมินีอย่างเป็นระบบ พร้อมเสริมกฎหมายให้เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจถูกกฎหมาย
ปัญหาธุรกิจอำพรางนอมินีไม่เพียงสร้างความไม่โปร่งใส แต่ยังบ่อนทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม ทำให้ธุรกิจจริงเสียเปรียบ และเพิ่มความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติ การลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการลงทุนและการค้า
ผลกระทบเชิงบวกที่คาดหวังคือ การลดลงของบริษัทผี ลดช่องทางฟอกเงิน และดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง นักลงทุนต่างชาติจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าระบบจดทะเบียนโปร่งใสและมีกฎเกณฑ์ชัดเจน นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มรายได้ภาษีให้รัฐ และลดภาระงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบย้อนหลัง
ในระยะยาว มาตรการเหล่านี้จะช่วยสร้างวัฒนธรรมธุรกิจที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเปิดเผยตัวตนจริงและปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐบาลยังวางแผนขยายเครื่องมือเทคโนโลยี เช่น AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลใหญ่ เพื่อตรวจจับรูปแบบนอมินีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ การลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบไม่ใช่แค่การปราบปราม แต่เป็นการสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งและยุติธรรม หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือนักลงทุน ควรติดตามข่าวสารนี้ใกล้ชิด และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แชร์บทความนี้หากเห็นด้วย และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้!
ที่มา – ‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ลุยกวาดล้างนอมินีเต็มรูปแบบเดินหน้าตัดวงจรธุรกิจอำพราง