โจรสุดเหี้ยมแทงยายวัย 73 ปี ดับคากรงข่าย

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุพบผู้สูงอายุถูกแทงเสียชีวิตภายในร้านค้าของชำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยจงศิริ ตำบลบางพลีใหญ่ ผู้เสียชีวิตคือนางบุญนำ แสงมณี อายุ 73 ปี เจ้าของร้านสะดวกซื้อรายย่อย ซึ่งพบร่างนอนอยู่ในห้องร้านด้วยบาดแผลถูกแทงหลายครั้งทั่วตัว นับรวมสิ้น 13 แผล และใกล้กับศพพบมีดทำครัวตกอยู่ที่พื้น เป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกเก็บส่งตรวจ

โจรสุดเหี้ยมแทงยายวัย 73 ปี ดับคากรงข่าย

จากภาพวงจรปิดที่ระบุเวลาเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่สามารถระบุบุคคลต้องสงสัยได้เป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสะพายกระเป๋าสีขาว เดินเข้าไปในร้านก่อนเกิดเหตุ และหลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้านเห็นพยานกล่าวว่ามีชายแปลกหน้าลักษณะหลุดจากที่เกิดเหตุ ภาพดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสืบสวนจนสามารถตามติดเส้น线索ไปยัง นายนภากร อายุ 57 ปี ซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย

ตัวตนผู้ต้องสงสัยและข้อกล่าวหา

หลังจากการสอบสวนและเปรียบเทียบเบาะแสจากกล้องวงจรปิดและดีเอ็นเอ นายภากร ถูกควบคุมตัวมาเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาฆาตกรรมในข้อหาฆ่าผู้อื่นอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม นายภากร ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยบอกว่าตนเองเข้าไปที่ร้านเพียงเพื่อซื้อเหล้าขาวเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาจะก่อเหตุร้ายใด ๆ

นางสาวชนิตา เลิศอมรโชติ หลานสาวของผู้เสียชีวิต ได้เผยให้ทราบว่า ยายเพิ่งเดินทางจากจังหวัดกาญจนบุรีมารู้ข่าวภายหลัง เพียงเพื่อช่วยเหลือดูแลร้านค้าในช่วงเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นเหตุการณ์อันน่าเศร้า เดิมทางไปทำธุระภายนอกถึงต้องกลับมาพบกับฉากการณ์เลวร้าย โดยเงินในลิ้นชักจำนวน 2,000 บาท ก็หายไปในขณะเดียวกันกับที่เกิดศพ ใบ้ถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุอาจเกิดจากความโลภ

ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ยังคงต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดจากราชการสอบสวนซึ่งจะรวบรวมเบาะแส อุปกรณ์และหลักฐานอย่างครบวงจร เพื่อให้แน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ การติดตามสอดส่องและทำงานประสานจนได้ตัวผู้ต้องสงสัยแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนในสายงานบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์เช่นนี้ยิ่งสร้างความหวั่นไหวต่อจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ เพราะสถานที่เกิดเหตุคือร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่เคยเป็นจุดรวมคนเข้าออก ทุกวันนี้ผู้คนเริ่มหลีกเลี่ยง กั้นความกลัวกับการที่อาจสูญเสียชีวิตอย่างไร้เหตุผล ต่อไปนี้จะกลายเป็นความกังวลของครอบครัวผู้เสียชีวิตและการเฝ้าระวังในระดับชุมชนอย่างรอบครอบมากขึ้น

สิ่งที่ควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่นับเป็นความรุนแรงที่มีต่อผู้สูงวัยเท่านั้น แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามที่แฝงมากับชีวิตประจำวันในพื้นที่เสี่ยงต่ำ ผู้ประกอบการเองควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกร้าน การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด หรือแยกช่วงเวลายังเปิดทำเลให้ปลอดภัยอาจช่วยลดโอกาสเกิดเหตุได้

สังคมควรตอบสนองในแง่สัมพันธ์ช่วยเหลือทั้งทางด้านกฎหมายและการสนับสนุนทางอารมณ์แก่กันเองเสมอ เพราะใครหลายคนอาจตกเป็นเหยื่อได้เพียงพริบตา ยิ่งเป็นผู้สูงวัยยิ่งต้องการระบบดูแลและความเข้าใจมากกว่า

อย่าลืมแบ่งปันสถานการณ์และ.Payload กับคนรอบข้าง เพื่อสร้างพื้นที่ของความปลอดภัยที่มั่นคงมากขึ้น อาจไม่มีใครอยู่ได้ตลอดไปหากขาดเครือข่ายช่วยเหลืออันอบอุ่น

ที่มา – โจรสุดเหี้ยมแทงยายวัย 73ไม่ยั้งดับคาร้านชำ ตำรวจตามจับอดีตรปภ.ผู้ต้องสงสัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *