โดรนจับความร้อนล่ามือปืนหนีจากกระบี่กบดานนครปฐม

เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐมยังคงเดินหน้าติดตามผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์อย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเบาะแสว่าชายผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีจากจังหวัดกระบี่มาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสนใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรงและอาจมีอาวุธติดตัว

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 69 พล.ต.ต.พงศกร อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นำกำลังตำรวจจาก สภ.พุทธมณฑล ประสานกำลังฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านตำบลศาลายา รวมแล้วมากกว่า 30 นาย เข้าปิดล้อมและตรวจค้นบริเวณร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งในตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล หลังพบข้อมูลว่าผู้ต้องหาน่าจะใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่พักหลบซ่อน

โดรนจับความร้อนล่ามือปืนหนีจากกระบี่กบดานนครปฐม

ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ ผู้ต้องหาเกิดไหวตัวและรีบวิ่งหลบหนีข้ามไปยังพื้นที่ตำบลคลองโยง ซึ่งมีป่ากกขึ้นหนาแน่นและมีเส้นทางซับซ้อน ทำให้การติดตามภาคพื้นดินเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังตั้งจุดตรวจและจุดสกัดโดยรอบ พร้อมเฝ้าระวังเส้นทางที่คาดว่าผู้ต้องหาอาจใช้หลบหนีออกจากพื้นที่

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา เจ้าหน้าที่ได้นำเทคโนโลยีโดรนตรวจจับความร้อนขึ้นบินสำรวจจากมุมสูง อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยค้นหาความผิดปกติจากความร้อนของร่างกาย แม้พื้นที่จะเต็มไปด้วยต้นกกและมีทัศนวิสัยจำกัด การใช้โดรนจึงมีส่วนช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพื้นที่กว้างได้รวดเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงในการส่งกำลังเข้าไปค้นหาในจุดอับหรือพื้นที่ที่อาจมีอันตราย

โดรนจับความร้อนล่ามือปืนหนีจากกระบี่กบดานนครปฐม ยังไร้เงาผู้ต้องหา

แม้เจ้าหน้าที่จะใช้กำลังจำนวนมากและนำเทคโนโลยีเข้าช่วยค้นหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงยังคงปูพรมค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทุกชุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพราะผู้ต้องหาอาจมีอาวุธและมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง

จากการตรวจสอบห้องพักที่เชื่อว่าเป็นจุดกบดานของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนยาว 2 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก มีดพกสั้น 2 เล่ม ดาบยาว 2 ด้าม เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว และยาบ้า 8 เม็ด ของกลางทั้งหมดถูกนำไปตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนและดำเนินคดีต่อไป

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับจากคดีอุกฉกรรจ์ โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่าผู้อื่นในพื้นที่จังหวัดกระบี่เมื่อปี 2549 รวมถึงคดีพยายามฆ่าเมื่อปี 2567 อย่างไรก็ตาม การกล่าวหายังต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และผู้ต้องหายังมีสิทธิพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย

พล.ต.ต.พงศกรเปิดเผยว่า ตำรวจและฝ่ายปกครองได้กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ พร้อมเร่งติดตามเส้นทางและเบาะแสต่าง ๆ เพื่อจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ยังขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนี ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และไม่ควรเข้าใกล้หรือพยายามจับกุมด้วยตัวเอง เนื่องจากผู้ต้องหาอาจมีอาวุธและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองระดมกำลังมากกว่า 30 นายในการค้นหา
  • ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่ากกตำบลคลองโยง
  • เจ้าหน้าที่ใช้โดรนตรวจจับความร้อนช่วยสำรวจพื้นที่จากมุมสูง
  • ตรวจยึดอาวุธปืน มีด ดาบ เสื้อเกราะกันกระสุน และยาบ้าจากห้องพัก
  • การติดตามจับกุมยังดำเนินต่อไป และขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีโดรนตรวจจับความร้อนมีบทบาทสำคัญต่อภารกิจค้นหาผู้ต้องหาในพื้นที่รกทึบ โดยช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับกำลังภาคสนาม อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่ชุมชน และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณป่ากกหรือจุดที่มีการปิดล้อม และแจ้งข้อมูลให้ตำรวจทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ ความร่วมมือจากประชาชนจะช่วยให้ภารกิจค้นหาครั้งนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – ยังไร้เงา! ปิดล้อมบินโดรนจับความร้อนล่ามือปืนหนีจากกระบี่กบดานนครปฐม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *