โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง ครูเพื่อนอาลัย ‘น้องน้ำโขง’
ในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่โรงเรียนบ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงมีบรรยากาศความเศร้าหมองคลุมโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ หลังจากเกิดเหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ฝีมือทหารกัมพูชานำโดยฮุน เซน บุกรุกพื้นที่ทางตอนใต้ของบ้านโจรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุ 8 ขวบที่ไม่ได้รับโอกาสกลับมาเข้าเรียนอีกครั้ง
โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง
สิบเอก วรุธ ภิชาเศวตว์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจรก เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันที่ 4 นับจากวันเกิดเหตุ ซึ่งมีนักเรียนกลับมาเรียนราว 50% จากจำนวนทั้งหมด ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของผู้ปกครองที่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของสถานที่เรียนการสอนในพื้นที่
เมื่อพาผู้สื่อข่าวเข้าไปในห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเคยเป็นห้องเรียนของน้อง ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ ‘น้องน้ำโขง’ หนึ่งในเหยื่อความรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว เหลือเพียงโต๊ะที่ว่างเปล่า สื่อถึงความสูญเสียและความทรงจำที่ยังอยู่ค้างคาในหัวใจของครูและเพื่อนนักเรียนทุกคน
ครูประจำชั้น คือ นางสาวสุทธิวรรณ นพเก้า เปิดเผยสมุดการบ้านของน้องน้ำโขงที่ไม่มีวันได้ส่ง เอกสารเหล่านี้กลายเป็นที่ระลึกแทนชีวิตผู้จากไป พร้อมทั้งภาพวาดและลายมือของน้องที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์บริบูรณ์
ครูอาลัยลูกศิษย์น้อย ดีใจว่ามันไม่ได้เกิดกับลูกตัวเอง
“น้องนิสัยดี เป็นเด็กขยัน ชอบช่วยงานครู ทั้งที่อายุยังน้อย ภาพน้องยิ้มจะยังอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ” นางสาวสุทธิวรรณเล่าด้วยเสียงสั่นๆ “วันนี้เรายังรู้สึกเสียใจข้างใน โต๊ะว่างนั้น เหมือนกับหัวใจที่ยังคิดถึงน้องอยู่เสมอ”
ข่าวล่าสุดระบุว่าทางทหารกัมพูชากำลังเสริมกำลังและทุ่มทุนจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเข้ามายังชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเรือนและโรงเรียนของชุมชนบ้านโจรก ทำให้คนในพื้นที่ยังคงไม่มั่นใจในอนาคตที่จะปลอดภัย
- เหลือเพียงโต๊ะเปล่าและสมุดไม่ได้ส่ง
- ครูและเพื่อนยังคิดถึง ‘น้องน้ำโขง’ อยู่เสมอ
- โรงเรียนขาดโครงสร้างหลบภัยที่เพียงพอ
- โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง
ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดในพื้นที่ โรงเรียนบ้านโจรกยังดิ้นรนในการเตรียมสถานที่ให้ปลอดภัยเท่าที่จะทำได้ โดยได้รับการสนับสนุนหลุมหลบภัยจำนวน 4 แห่ง แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะขาดยางรถยนต์หรือดินปิดช่องโหว่ที่จำเป็น จึงขอความร่วมมือจากผู้ใจบุญให้ช่วยจัดหาวัสดุเหล่านี้มาช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน
เรื่องราวของโต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง เป็นเพียงสะท้อนความเจ็บปวดบางส่วนของคนบนผืนดินสันติ ที่อาจต้องจ่ายราคาด้วยชีวิตของเด็กผู้บริสุทธิ์ที่สุดบนสากลโลก เพียงเพราะเกิดผิดเวลา ผิดสถานที่ และผิดกับใครบางคนที่ถือปืนใหญ่เข้ามาโจมตี
เราในฐานะสังคมควรทำอะไรเพื่อให้การเสียชีวิตของน้องน้ำโขงไม่พลาดเปล่า? บางทีการเปิดใจให้ความสนใจกับปัญหาด้านความมั่นคงบนชายแดน หรือการส่งเสียงเรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องเด็กในพื้นที่เสี่ยง มันอาจเริ่มจากการไม่ละเลย ‘โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง’



