โบว์-เอย ลุยฝันโอลิมปิก 2028
เวที “คุยข้างคอร์ต” กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้แฟนกีฬาวอลเลย์บอลได้เห็นอีกมุมของนักตบสาวไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องราวของ “โบว์” กัญญารัตน์ ขุนเมือง และ “เอย” กัลยรัตน์ คำวงษ์ สองนักกีฬาดาวรุ่งที่กำลังเดินหน้าพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหญ่ นั่นคือการมีชื่อเป็นหนึ่งในทีมชาติไทยไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในงานตลาดนัดคนข่าวกีฬา ช่วงเวลา 13.00-15.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยกำลังใจจากผู้ร่วมงาน โดยมีนายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมร่วมรับฟังประสบการณ์จากโค้ชและนักกีฬา รวมถึงมอบของที่ระลึกเพื่อสนับสนุนคนกีฬาไทย
โบว์-เอย ลุยฝันโอลิมปิก 2028
หัวใจสำคัญของเวทีครั้งนี้คือการพูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางการพัฒนานักกีฬา ตั้งแต่การฝึกซ้อม การรับมือกับแรงกดดัน ไปจนถึงการปรับตัวให้เข้ากับบทบาทในสนาม แต่ละคนมีเส้นทางไม่เหมือนกัน ทว่าเป้าหมายร่วมกันคือการพาทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยก้าวไปสู่เวทีระดับโลก และสร้างผลงานให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงโอลิมปิก 2028
โบว์-เอย ลุยฝันโอลิมปิก 2028 กับความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดนิ่ง
“โค้ชอุ๊” ธีรศักดิ์ นาคประสงค์ เปิดเผยว่า การทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยไม่ใช่งานที่ง่าย เพราะต้องรับผิดชอบทั้งผลการแข่งขัน ความคาดหวังของแฟนกีฬา และการวางแผนพัฒนาทีมในระยะยาว การทำงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งนักกีฬา ทีมงานผู้ฝึกสอน และผู้สนับสนุน
เป้าหมายของทีมชาติไทยคือการพยายามคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 พร้อมทำอันดับให้ติดกลุ่ม 12 ทีมที่ดีที่สุดของโลก โค้ชอุ๊มองว่าเป้าหมายนี้เป็นงานใหญ่และยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องเร่งพัฒนา แต่ทุกคนพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาที่เหลือ การแข่งขันทุกแมตช์จึงมีความหมายต่อการสะสมประสบการณ์และยกระดับมาตรฐานของทีม
สำหรับ “น้องโบว์” กัญญารัตน์ ขุนเมือง เธอยอมรับว่าการก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยต้องผ่านทั้งการคัดเลือกที่เข้มข้น การฝึกซ้อมหนัก และการเสียสละหลายด้าน แม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยความเหนื่อย แต่การได้สวมเสื้อทีมชาติถือเป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้เธอมีแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองต่อไป
โบว์ยังยกให้ “ปลื้มจิตร์ ถินขาว” เป็นไอดอลและแรงบันดาลใจสำคัญ เพราะเป็นนักกีฬาที่แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่ต้องอาศัยวินัย ความอดทน และความพยายามอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวของรุ่นพี่จึงเป็นแรงผลักดันให้เธออยากก้าวไปข้างหน้าและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เอยปรับบทบาทใหม่เพื่อเป้าหมายทีมชาติ
ด้าน “น้องเอย” กัลยรัตน์ คำวงษ์ เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเส้นทางนักกีฬา จากเดิมที่เคยเล่นตำแหน่งแนวรุกและมีความสุขกับการตบทำคะแนน เธอต้องปรับมาเล่นตำแหน่งตัวรับอิสระหรือลิเบโร่ ซึ่งเป็นบทบาทที่ต้องใช้ทักษะการอ่านเกม ความแม่นยำในการรับบอล และสมาธิที่สูงมาก
การเปลี่ยนตำแหน่งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรก เพราะต้องเรียนรู้รายละเอียดใหม่แทบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เอยเลือกเปิดใจและพยายามทำความเข้าใจกับบทบาทใหม่นี้มากขึ้น เธอค่อย ๆ เรียนรู้ว่าผู้เล่นลิเบโร่มีความสำคัญต่อระบบทีมไม่แพ้ผู้เล่นตำแหน่งอื่น เพราะการรับบอลแรกที่ดีสามารถสร้างโอกาสให้ทีมรุกและเปลี่ยนทิศทางของเกมได้
เอยยอมรับว่าความฝันของเธอคือการมีชื่อเป็นหนึ่งใน 12 นักกีฬาที่ได้สวมเสื้อทีมชาติไทยไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ดังนั้นทุกการฝึกซ้อมจึงเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง เธอตั้งใจพัฒนาทั้งร่างกาย เทคนิค และความเข้าใจเกม เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสูง
พลังทีมคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล กล่าวสรุปว่า เส้นทางของโค้ชและนักกีฬาอาจเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ทุกคนกำลังเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน เมื่อมีการรวมพลังและช่วยเหลือกัน ความยากลำบากก็สามารถเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งได้ การสนับสนุนจากแฟนกีฬาและคนในวงการจะช่วยเติมกำลังใจให้นักกีฬาก้าวผ่านช่วงเวลาที่กดดัน
- นักกีฬาต้องรักษาวินัยและพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
- ทีมงานต้องวางแผนระยะยาวเพื่อยกระดับศักยภาพของทีม
- ทุกการแข่งขันเป็นบทเรียนสำคัญก่อนถึงโอลิมปิก 2028
- กำลังใจจากแฟนกีฬาช่วยสร้างพลังให้นักกีฬาสู้ต่อ
เรื่องราวของ โบว์-เอย ลุยฝันโอลิมปิก 2028 สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการกล้าปรับตัว การยอมรับความท้าทาย และการพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หากทั้งสองคนยังรักษาความมุ่งมั่นและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ความฝันในการติดทีมชาติไทยไปโอลิมปิกก็มีโอกาสเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น แฟนวอลเลย์บอลไทยสามารถร่วมส่งกำลังใจให้พวกเธอและทีมงานเดินหน้าสู่เป้าหมายสำคัญนี้ได้ตั้งแต่วันนี้
ที่มา – “โบว์-เอย” สองนักตบสาวไทย เปิดใจใน “เวทีคุยข้างคอร์ต” หวังทำผลงานเจ๋งติดทีมไปลุยโอลิมปิก 2028


