โพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งเหลือ 33% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หวนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสารการเมืองสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ เพราะล่าสุดมีกระแสข่าวใหญ่ที่น่าสนใจมาก เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลว่า โพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งเหลือ 33% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หวนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำคัญสำหรับทำเนียบขาวในขณะนี้เลยทีเดียว

โพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งเหลือ 33% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หวนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

จากการสำรวจโดยรอยเตอร์สและอิปซอสที่ได้สุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันกว่า 1,166 คน พบว่าความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงมาอยู่ที่ระดับ 33% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่เขาเริ่มปฏิบัติภารกิจในสมัยที่สอง และเมื่อมองย้อนกลับไป ตัวเลขนี้เท่ากับระดับต่ำสุดที่เขาเคยทำได้ในช่วงปี 2560 อีกด้วย โดยกลุ่มตัวอย่างกว่า 64% แสดงความไม่พอใจในการทำงานอย่างชัดเจน

ปัจจัยที่ทำให้โพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งเหลือ 33% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หวนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราความนิยมลดลงอย่างมาก มีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลกระทบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น:

  • ความกังวลเรื่องสงครามกับอิหร่าน: กลุ่มตัวอย่าง 80% มองว่าสงครามจะยืดเยื้อ และมีเพียงส่วนน้อยที่เห็นว่าสงครามนี้คุ้มค่า
  • ประเด็นทางเศรษฐกิจ: พรรคเดโมแครตเริ่มกลับมาได้รับความไว้วางใจในการบริหารเศรษฐกิจมากกว่าพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
  • ความขัดแย้งในนโยบายตรวจคนเข้าเมือง: แม้รีพับลิกันจะยังนำอยู่เล็กน้อย แต่ช่องว่างความนิยมลดลงอย่างน่าใจหายจากเดิมที่เคยนำห่างถึง 26 จุด

สถานการณ์ในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางการบริหารประเทศมากขึ้น การที่พรรคเดโมแครตสามารถขึ้นมานำในประเด็นเศรษฐกิจได้นั้นถือเป็นก้าวสำคัญที่พรรครีพับลิกันต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน หากต้องการรักษาฐานเสียงของตนเองไว้ให้มั่นคงกว่าที่เป็นอยู่

ในมุมมองของเรา นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกคนว่าคะแนนนิยมไม่ใช่สิ่งที่คงอยู่ตลอดไป การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและทิศทางนโยบายที่ชัดเจนยังคงเป็นหัวใจสำคัญ หากทรัมป์ต้องการพลิกฟื้นสถานการณ์กลับมาอีกครั้ง เขาจำเป็นต้องหาจุดสมดุลใหม่ระหว่างนโยบายที่หาเสียงไว้กับการแก้ไขปัญหาปากท้องของชาวอเมริกันให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา – โพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ดิ่งเหลือ 33% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หวนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *