“โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง
“โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังพูดถึง สำหรับเกมฟุตบอลโลก 2026 นัดประเดิมสนามกลุ่ม F ที่สนามดัลลัส สเตเดียม ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 ท่ามกลางความเสียดายของฮาจิเมะ โมริยาสุ เฮดโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นที่ออกมายอมรับว่า “โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง แม้จะโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมก็ตาม
เจาะลึกเกมที่ดุเดือดระหว่างญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์
เกมนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีเท้าของทีมจากเอเชียได้เป็นอย่างดี เนเธอร์แลนด์ออกนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในนาทีที่ 50 แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ยอมแพ้ ตามตีเสมอได้จาก เคโตะ นากามูระ ในนาทีที่ 57 แม้จะโดน คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ยิงขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 64 แต่ทัพซามูไรก็ฮึดสู้จนนาทีที่ 89 โคกิ โอกาวะ ก็โขกลูกเตะมุมไปแฉลบ ไดจิ คามาดะ เข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เห็นว่าแม้ “โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง แต่สปิริตในทีมนั้นยอดเยี่ยมมาก
บทเรียนจากเกมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของขุนพลซามูไรบลูส์ในรายการระดับโลก:
- ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยยอมแพ้แม้จะถูกนำถึง 2 ครั้ง
- การวางแท็กติกของโมริยาสุที่เน้นการเล่นเป็นทีม
- ความเฉียบคมในจังหวะเข้าทำที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โมริยาสุให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า แม้ผลลัพธ์จะเป็นการแบ่งแต้ม แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการลุ้นเข้ารอบต่อไป เป้าหมายของญี่ปุ่นในปีนี้ไม่ใช่แค่การมาร่วมแข่ง แต่คือการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฟุตบอลโลก ดังนั้น ถึงแม้จะมีกระแสข่าวว่า “โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง แต่เจ้าตัวก็ยังมองว่าคะแนนที่ได้มาคือแต้มสำคัญที่อาจเปลี่ยนเส้นทางของกลุ่ม F ได้เลยทีเดียว
ในมุมมองของกูรูฟุตบอล เชื่อว่าฟอร์มการเล่นแบบนี้จะทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นกลายเป็นม้ามืดที่ไม่มีใครกล้าวางใจ และทุกนัดที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่มจะมีความหมายอย่างยิ่ง สำหรับแฟนบอลแล้ว นี่ถือเป็นเกมที่สนุกและน่าประทับใจที่สุดเกมนึงในทัวร์นาเมนต์นี้เลยก็ว่าได้
ที่มา – “โมริยาสุ” เสียดาย “ซามูไร” คว่ำ “อัศวินสีส้ม” ไม่ลง