โรมชี้สร้างกำแพงไทย-กัมพูชาต้องตอบโจทย์จัดการสิ่งผิดกฎหมาย
ล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาแสดงความเห็นกรณีที่ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) สนับสนุนการสร้างกำแพงระหว่างไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าหากต้องสร้างกำแพงแล้วควรตอบโจทย์ในการจัดการสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่แค่การกั้นคนข้ามไปมาเท่านั้น
โรมชี้สร้างกำแพงไทย-กัมพูชาต้องตอบโจทย์จัดการสิ่งผิดกฎหมาย
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ชายแดนไทย-กัมพูชามีระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร หากต้องการสร้างกำแพงก็ควรพิจารณาวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพราะหากวัตถุประสงค์เพียงเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน แม้จะมีการสร้างกำแพงในบางพื้นที่อย่างจังหวัดสระแก้ว แต่ก็ยังมีการลักลอบเข้าออกอยู่ดี
“ถ้าจะสร้างกำแพงแล้วตอบโจทย์ก็สร้างได้ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ต้องสามารถจัดการกับสิ่งที่ผิดกฎหมายได้จริง ไม่ใช่เพียงการกั้นทางกายภาพ” นายโรม กล่าว และเสนอว่าเทคโนโลยีอย่างกล้อง CCTV หรือแม้กระทั่ง Smart Pole ที่ใช้ AI ในการตรวจสอบ อาจมีประสิทธิภาพมากกว่า การลงทุนเพียงแค่สร้างกำแพง
การจัดการชายแดนควรใช้เทคโนโลยีและข้อมูลมากกว่ากำแพง
ทว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในการเชื่อมฐานข้อมูลของกองกำลังในพื้นที่ ซึ่งทำให้ระบบการเฝ้าระวังยังมีช่องโหว่ จึงเป็นเหตุผลที่ นายรังสิมันต์ เสนอว่าการลงทุนในเทคโนโลยีและบุคลากรอาจมีความสำคัญมากกว่าการสร้างกำแพง
- การลงทุนในเทคโนโลยี IoT และ AI เพื่อเฝ้าระวัง
- ระบบกล้องวงจรปิดแบบ Smart ที่เชื่อมกับศูนย์กลาง
- การฝึกอบรมบุคลากรชายแดน
- การพัฒนาระบบฐานข้อมูลร่วมระหว่างหน่วยงาน
นอกจากนี้ กรณีล่าสุดที่มีทหารเหยียบกับระเบิดบริเวณปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทางกัมพูชายืนยันว่าเป็นกับระเบิดเก่า แต่นายโรมมองว่าอาจเป็นการใช้จิตวิทยาเพื่อลดภาพลักษณ์ของไทย และย้ำว่าหากอยากชนะสงครามความคิด ต้องมีแม่บทและกลยุทธ์ที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ตอบโต้แบบอารมณ์
“ผมไม่เห็นด้วยที่ผู้บาดเจ็บต้องใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำ ผมขอสนับสนุนให้นำอุปกรณ์ห้ามเลือดที่ดีกว่านี้มาใช้ เพราะเราไม่ใช่ประเทศที่ยากจน” นายรังสิมันต์ กล่าวอีกด้วย
ด้านประเด็นการถูกกล่าวถึงในจดหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้ได้รางวัลโนเบลจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายรังสิมันต์ มองว่าเป็นมารยาททางการทูต แต่ขอเร่งรัดให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการผ่านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ
สรุปแล้ว การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ควรหยุดอยู่ที่การสร้างกำแพง สิ่งสำคัญคือการพัฒนากลไกการจัดการที่ทันสมัยและสามารถติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์
อย่าลืมติดตามประเด็นร้อนเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมอัปเดตข่าวที่น่าสนใจทุกประเด็นที่ Daily News
ที่มา – ‘โรม’ชี้สร้างกำแพง ‘ไทย-กัมพูชา’ต้องตอบโจทย์จัดการสิ่งผิดกฎหมายได้ ไม่ใช่แค่กั้นคนข้ามไปมา