โลกดิจิทัลต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย: มุมมองจาก UNODC
โลกดิจิทัลต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงกลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลกที่ไม่อาจมองข้ามได้ ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้กล่าวถ้อยแถลงระหว่างการประชุมระดับสูง (High-Level segment) ของการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจัดโดยกระทรวงต่างประเทศและสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568
การหลอกลวงออนไลน์กับการค้ามนุษย์
รัฐมนตรีดีอี ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงความรุนแรงของการหลอกลวงออนไลน์และความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ อาทิ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ประเด็นนี้เป็น “วาระแห่งชาติ” ขณะที่สหประชาชาติเองก็ได้กำหนดให้เป็น “วาระแห่งโลก”
การหลอกลวงออนไลน์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การสร้างบัญชีปลอม การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลไปในโลกออนไลน์ และการสร้างเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อส่งข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน อาชญากรใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างภาพหรือเสียงปลอม (deepfake) หรือการใช้บอทอัตโนมัติในการส่งข้อความหลอกลวงจำนวนมาก
บทบาทของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า บทบาทของเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงาน การศึกษา หรือการใช้บริการต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม หากไม่มีการกำกับดูแลที่ดี
ตัวอย่างหนึ่งที่รัฐมนตรีดีอียกมานำเสนอ คือ การนำเทคโนโลยีที่มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (biometric) และสินทรัพย์ดิจิทัล มาใช้เพื่อหลอกลวงคนไทย ข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ รูปถ่ายใบหน้า หรือข้อมูลการสแกนลูกตา เป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง หากถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต จะส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและอาจนำไปสู่การฉ้อโกงทางการเงินได้
การบังคับใช้กฎหมาย PDPA
ล่าสุด รัฐมนตรีดีอีได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ระงับกิจกรรมดังกล่าวที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พร้อมกับการตรวจสอบและเฝ้าระวังการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
การบังคับใช้ PDPA เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ เพราะ PDPA มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจากการถูกละเมิดโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ PDPA ยังคงมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความรู้ความเข้าใจของประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับ PDPA ที่ยังต่ำ การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวดพอ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ยังไม่คล่องตัว
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
รัฐมนตรีดีอี ย้ำว่า ความก้าวหน้าของนวัตกรรมนั้น จำเป็นที่จะต้องมาพร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานเทคโนโลยีให้กับประชาชน ภายใต้ความปลอดภัย ซึ่งหมายถึงความชัดเจนทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และการมีธรรมาภิบาลที่ดี โดยมีหลักการว่าโลกดิจิทัลไม่ใช่พื้นที่ไร้กฎหมาย แต่ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งเคารพสิทธิ และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
การต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ไม่สามารถทำได้ด้วยการดำเนินการของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประสานการสืบสวนสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน ประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์
โลกดิจิทัลต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
การประชุมระดับสูงนี้มีรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจาก 58 ประเทศ สหภาพยุโรป 5 องค์การระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการเข้าร่วม แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระดับโลกในการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์
การประชุมดังกล่าวเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการกำหนดแนวทางความร่วมมือในอนาคต ทั้งนี้ รัฐมนตรีดีอี ย้ำว่า ประเทศไทยจะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และจะยังคงเดินหน้าผลักดันการบังคับใช้กฎหมาย PDPA ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การตระหนักถึงความรุนแรงของการหลอกลวงออนไลน์เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ก้าวต่อไปคือการลงมือทำด้วยมาตรการที่เข้มงวดและจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความรู้แก่ประชาชน หรือการร่วมมือกับนานาชาติ โลกดิจิทัลต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
ที่มา – “ไชยชนก”ร่วมประชุม “UNODC” ย้ำชัด “โลกดิจิทัล”ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
