โสภณ เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 1 ก.ค.นี้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์การเมืองที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ ล่าสุดคุณโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับตารางเวลาที่เราควรรู้ไว้ครับ
โสภณ เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 1 ก.ค.นี้
จากการเปิดเผยล่าสุด คุณโสภณระบุว่า หลังจากที่ได้รับร่างจากพรรคการเมืองต่างๆ และได้ผ่านการพิจารณาบรรจุเข้าวาระแล้ว มีกำหนดการที่ชัดเจนขึ้นว่าจะมีการจัดตั้ง **โสภณ เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 1 ก.ค.นี้** โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 7-8 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ครับ เพื่อเป็นการพิจารณารับหลักการในวาระแรกอย่างเป็นทางการ
ความคาดหวังต่อกระบวนการพิจารณาในวาระต่อๆ ไป
หลายคนอาจสงสัยว่า หลังจากวาระแรกผ่านไปแล้ว ขั้นตอนจะยืดเยื้อหรือไม่? คุณโสภณได้ให้มุมมองว่า แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญสูงสุดและต้องใช้ความรอบคอบ แต่ก็หวังว่าทางคณะกรรมาธิการจะช่วยกันเร่งศึกษาและหารือ เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปได้อย่างไม่ล่าช้า เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต่างใจจดใจจ่ออยากเห็นหน้าตาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเร็ววันครับ
ประเด็นเรื่องความขัดแย้งระหว่าง สส. และ สว. หรือกระแสข่าวเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” นั้น ทางคุณโสภณมองว่าเป็นเรื่องปกติในวิถีประชาธิปไตยที่มีความคิดเห็นต่างกันได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องก้าวข้ามเรื่องสีเสื้อหรือการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วหันมาให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะเสียงประชามติของประชาชนคือสิ่งที่เราต้องเคารพอย่างสูงสุดในการทำงาน
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้:
- กำหนดการประชุมร่วมรัฐสภา: 7-8 กรกฎาคม นี้
- การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1
- การบริหารจัดการเวลาของคณะกรรมาธิการเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว
- ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการเมืองไทย
ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าผลการประชุมในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตของประชาธิปไตยไทย เราในฐานะประชาชนต้องคอยติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่า การประชุมใหญ่ที่จะถึงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในสังคมได้มากน้อยเพียงใด เพราะรัฐธรรมนูญคือหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนประเทศของเราทุกคนครับ
ที่มา – ‘โสภณ’ เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 1 วันที่ 7-8 ก.ค.นี้