โสภณไม่หนักใจคุมประชุมสภา ย้ำเคารพข้อบังคับ
สถานการณ์ทางการเมืองและวาระสำคัญที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา ย่อมทำให้หลายฝ่ายจับตาการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทในการควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบ เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสม และรักษาบรรยากาศของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยแนวทางการทำงาน พร้อมยืนยันว่า โสภณไม่หนักใจคุมประชุมสภา ย้ำเคารพข้อบังคับ เพราะเชื่อว่าการประชุมมีกรอบ กติกา และขั้นตอนที่ชัดเจนอยู่แล้ว
โสภณไม่หนักใจคุมประชุมสภา ย้ำเคารพข้อบังคับ
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 69 นายโสภณให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ Kick Off “ลดพุง ลดโรค สุขภาพดี บ้านเมืองน่าอยู่” ภายใต้กิจกรรม “ภารกิจ 90 วัน ท้าคุณเปลี่ยน ลดพุง ลดโรค” ณ โดมอเนกประสงค์ของชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเนื้อหาสำคัญอยู่ที่การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมสภาท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
ประธานรัฐสภาระบุว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจหรือมีความกดดันในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ แต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อมั่นว่าทุกเรื่องสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบแนวทางที่กำหนดไว้ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีข้อบังคับและขั้นตอนที่สมาชิกทุกคนรับทราบร่วมกัน ดังนั้น หากทุกฝ่ายยึดหลักกติกาเดียวกัน การทำงานก็จะมีทิศทางที่ชัดเจน และช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการประชุมได้
หัวใจสำคัญคือการเคารพกติกาของสภา
นายโสภณเน้นว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนงานของฝ่ายนิติบัญญัติ คือความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ทุกฝ่ายควรให้ความเคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด เพราะข้อบังคับไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดการทำงานของสมาชิก แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การประชุมดำเนินไปอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม
การเคารพข้อบังคับยังหมายถึงการรู้จักลำดับขั้นตอนในการเสนอญัตติ การอภิปราย การขอใช้สิทธิ์ การประท้วง และการลงมติ เมื่อสมาชิกเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้ตรงกัน ประธานสภาฯ ก็สามารถทำหน้าที่ควบคุมเวลาและจัดระเบียบการประชุมได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน สมาชิกก็ยังสามารถตรวจสอบรัฐบาล เสนอปัญหาของประชาชน และนำเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างเต็มที่ภายใต้กรอบที่เหมาะสม
- สมาชิกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านควรยึดข้อบังคับการประชุมเป็นหลักร่วมกัน
- การอภิปรายควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้และเป็นความจริง
- การใช้ถ้อยคำควรสุภาพ สร้างสรรค์ และไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
- ทุกประเด็นที่เสนอในสภาควรมุ่งไปสู่ประโยชน์ของประเทศและประชาชน
การอภิปรายต้องสร้างประโยชน์ ไม่ใช่ใช้อารมณ์
นอกจากเรื่องระเบียบการประชุมแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรยังให้ความสำคัญกับเนื้อหาและท่าทีในการอภิปราย โดยมองว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีของตัวแทนประชาชน ทุกคำพูดที่เกิดขึ้นในห้องประชุมจึงควรสะท้อนปัญหา ความต้องการ และความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง สมาชิกควรนำข้อมูลที่ถูกต้องมาใช้ประกอบการอภิปราย เพื่อให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงและสามารถติดตามการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างมีคุณภาพ
การอภิปรายที่ดีไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง ความแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องปกติของระบบรัฐสภา และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุล อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่างควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ไม่ใช่การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน การตอบโต้ด้วยอารมณ์ หรือการใช้ถ้อยคำที่ทำให้ประเด็นสำคัญถูกบดบัง หากสมาชิกมุ่งเน้นสาระและเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม การประชุมก็จะเกิดประโยชน์มากกว่าการโต้เถียงเพื่อเอาชนะกัน
ในมุมของประชาชน การทำงานของสภาไม่ได้วัดจากบรรยากาศที่เข้มข้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจากคุณภาพของกฎหมาย นโยบาย และแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการอภิปรายด้วย ประชาชนต้องการเห็นสมาชิกทำหน้าที่อย่างรับผิดชอบ ใช้เวลาของสภาอย่างคุ้มค่า และผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น เศรษฐกิจ รายได้ ค่าครองชีพ สุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัยในชุมชน
ประธานสภาฯ กับภารกิจสร้างการประชุมที่มีประสิทธิภาพ
บทบาทของประธานสภาฯ จึงไม่ได้มีเพียงการประกาศเปิดหรือปิดการประชุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาความเป็นกลาง การจัดสรรเวลา การกำกับให้สมาชิกปฏิบัติตามข้อบังคับ และการทำให้ทุกฝ่ายมีพื้นที่ในการนำเสนอความคิดเห็นอย่างเหมาะสม การตัดสินใจในแต่ละช่วงอาจได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย แต่หากยึดหลักกติกาและเหตุผล ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและประชาชนได้
แนวทางที่นายโสภณสื่อสารจึงเป็นการย้ำว่า การประชุมสภาจะเดินหน้าได้เมื่อทุกฝ่ายมีวินัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมประชุมตรงเวลา การเตรียมข้อมูลให้พร้อม การอภิปรายตามวาระ และการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบและเสนอความคิดเห็น แต่สิทธิ์ดังกล่าวควรมาพร้อมความรับผิดชอบต่อคำพูดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวการเมือง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพของการประชุมไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ เพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกทั้งหมดด้วย การที่ โสภณไม่หนักใจคุมประชุมสภา ย้ำเคารพข้อบังคับ จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าประธานสภาฯ พร้อมทำหน้าที่ภายใต้กติกา ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษามาตรฐานของสภาให้เป็นพื้นที่อภิปรายที่สร้างสรรค์
ท้ายที่สุด การเมืองที่มีคุณภาพควรเริ่มจากการเคารพกติกา เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และเคารพประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การอภิปรายที่มีข้อมูลและเหตุผลจะช่วยให้สังคมเห็นทางเลือกที่ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น สมาชิกสภาทุกคนควรใช้เวทีแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และประชาชนควรติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมตรวจสอบให้รัฐสภาทำหน้าที่ได้อย่างโปร่งใสและตอบโจทย์ประเทศอย่างแท้จริง
ข้อคิดสำคัญ: เมื่อทุกฝ่ายเคารพข้อบังคับ รับฟังกันด้วยเหตุผล และมุ่งประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง การประชุมสภาย่อมมีโอกาสสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อประเทศมากกว่าการเผชิญหน้าทางการเมือง หากประชาชนเห็นว่าประเด็นใดควรได้รับการผลักดัน ควรติดตามข้อมูลจากหลายด้านและสะท้อนความคิดเห็นผ่านช่องทางที่เหมาะสม เพื่อให้เสียงของประชาชนมีส่วนร่วมกับการทำงานของรัฐสภาอย่างสร้างสรรค์