‘ในหลวง’ พระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอกอภิรมย์ ทหารกล้าผู้เสียสละเพื่อชาติ
ในหลวง ทรงพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอกอภิรมย์
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพของ จ่าสิบเอกอภิรมย์ ทรงพุฒิ ทหารผู้เสียสละที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพิธีจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่ศาลาบำเพ็ญกุศล สีลวิสุทโธ วัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่ง พล.อ.วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี และได้รับความสนใจจากหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และผู้แทนจากภาครัฐเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตที่รับใช้แผ่นดินด้วยชีวิตของตนเอง

เกียรติประวัติอันสูงสุดจากความเสียสละ
จ่าสิบเอกอภิรมย์ ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ณ จุดปะทะฐานปฏิบัติการตาฮง ในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 23.35 น. โดยได้รับบาดเจ็บจากอาวุธสงครามที่ต้นขาขวาจนต้องเสียเลือดมาก ส่งผลให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทันเวลา ด้วยวัยเพียง 31 ปี จ่าแยมได้สละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย ทั้งยังเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว โดยพี่ชายอีกหนึ่งคนก็เป็นทหารเช่นเดียวกัน

จ่าแยมจะได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษถึง 7 ชั้นยศ จากตำแหน่งจ่าสิบเอกจนถึงพลตรี และยังได้รับเงินเยียวยาตามระเบียบทั้งจากเหตุรบและการช่วยเหลือครอบครัวในด้านอาชีพ ซึ่งเป็นการชดเชยและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้คนที่เขาจากไป
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมอบความช่วยเหลือครอบครัว
น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาล ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ จ่าสิบเอกอภิรมย์ จำนวน1 ล้านบาท พร้อมทั้งแสดงความเสียใจและความชื่นชมต่อการเสียสละของเขาว่า เป็นการอุทิศชีพเพื่อป้องกันประเทศชาติในสถานการณ์ความเสี่ยงสูง ทั้งยังมีการจัดพิธีในนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเก็บอัฐิด้วย โดยจะมีการประกอบพิธีในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล สีลวิสุทโธ วัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
- ปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ยศ
- มอบเงินเยียวยาและชดเชยครอบครัว
- รัฐบาลแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการ
- พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในวันเก็บอัฐิ

จ่าสิบเอกอภิรมย์ ทรงพุฒิ เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว วิถีทหาร และชาวไทยทั้งชาติ ที่เข้ามาร่วมส่งเขาในการเดินทางครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อการเสียสละและอุทิศตนเพื่อชาติ ตลอดจนเป็นตัวอย่างของการรับใช้อย่างซื่อสัตย์ในบทบาทของตนเอง และเป็นเครื่องยืนยันถึงความเสี่ยงจากหน้าที่การงานที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ไม่มีใครคาดการณ์ไว้

สรุปเกียรติยศและบทบาทที่ควรค่าแก่การจดจำ
จ่าสิบเอกอภิรมย์ไม่เพียงเป็นทหารที่มีความเสียสละต่อชาติ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริการในวิชาชีพที่มีความเสี่ยง ทั้งยังได้รับการยกย่องทางราชสำนัก จึงสมควรแก่ความเคารพและจดจำจากทุกภาคส่วนของสังคม
บทสรุปและความรู้สึกส่วนตัวต่อเหตุการณ์
การสูญเสียของคุณพ่อแม่ เป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับทุกคนโดยเฉพาะครอบครัวทหาร แต่ด้วยเกียรติยศที่จ่าแยมได้รับหลังชีวิตนั้น ถือเป็นการขอบคุณจากประเทศที่มีคุณค่าที่สุด การส่งกำลังใจในรูปแบบใดก็ตามต่อเหล่าทหารคือพลังที่พวกเขาต้องการในการปฏิบัติภารกิจทั้งในภาวะสงครามและการรักษาความสงบ ต่อจากวันนี้ ประชาชนควรตระหนักถึงความสำคัญของบทบาททหาร เพื่อสร้างความรักชาติให้อยู่คู่จิตใจ
ติดตามข่าวสารและร่วมไว้อาลัยกับ จ่าสิบเอกอภิรมย์
ทุกการเสียชีวิตในแนวชายแดนคือบททดสอบของชาติและประชาชน เข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อดูรายละเอียดพิธีต่างๆ และร่วมเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของ จ่าสิบเอกอภิรมย์ ด้วยคำไว้อาลัยหรือการสนับสนุนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ‘ในหลวง’ ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘จ.ส.อ.อภิรมย์’ ทหารกล้า