ไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย
ประเทศไทยได้รับการยกย่องบนเวทีระดับเอเชียจากความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน หลังมีโครงการต้นแบบได้รับรางวัลในงานสัมมนานานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันอยู่อาศัยโลก ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างบ้าน แต่ยังเชื่อมโยงกับการลดความยากจน การสร้างอาชีพ การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชน
ภายในงานมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้นำองค์กรชุมชนจาก 15 ประเทศในเอเชีย โดยมีการยกย่อง 87 โครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นวัตกรรมที่อยู่อาศัยโดยชุมชนกับการขับเคลื่อนอนาคตเอเชีย” พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกโครงการ โดยมองว่าความร่วมมือด้านที่อยู่อาศัยเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน
นายยศชนันระบุว่า ปัญหาการไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถือเป็นหนึ่งในต้นตอของความยากจน เมื่อประชาชนไม่มีบ้านที่ปลอดภัยหรือไม่มีสิทธิในที่ดินอย่างชัดเจน ก็ยากที่จะวางแผนชีวิต ประกอบอาชีพ หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบบ้าน การวางแผนพื้นที่ ไปจนถึงการจัดการอาชีพ จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้การแก้ปัญหาตรงกับความต้องการจริง
ไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย สะท้อนพลังชุมชน
หัวใจสำคัญของโครงการอยู่ที่การทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของกระบวนการ ไม่ใช่เพียงผู้รอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ชุมชนสามารถร่วมกันสำรวจปัญหา วางแผนการใช้พื้นที่ ระดมเงินออม และกำหนดรูปแบบที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง วิธีการดังกล่าวทำให้สมาชิกในชุมชนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และพร้อมช่วยกันดูแลโครงการให้เดินหน้าต่อไป
แนวคิดการนำเงินออมก้อนเล็กของคนในชุมชนมาผสมผสานกับการสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ ยังช่วยสร้างวินัยทางการเงินให้กับครัวเรือน เมื่อมีบ้านที่มั่นคงแล้ว ประชาชนก็สามารถวางแผนการประกอบอาชีพ เก็บออม และลงทุนเพื่ออนาคตได้ดีขึ้น ความมั่นคงในระดับครัวเรือนจึงค่อย ๆ ขยายไปสู่ความมั่นคงของชุมชนและเมือง
นอกจากประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัยแล้ว โมเดลชุมชนยังช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรหรือปัญหาสิทธิในที่ดิน การเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยและร่วมกันตัดสินใจ ทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างประชาชน หน่วยงานรัฐ และเจ้าของพื้นที่มากขึ้น เมื่อผู้คนรู้สึกว่าเสียงของตนเองมีความหมาย โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งก็ลดลงตามไปด้วย
บ้านมั่นคงช่วยลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มองว่า ที่อยู่อาศัยไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการสงเคราะห์หรือการสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่ควรเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความมั่นคงด้านสิทธิในที่ดิน และวางรากฐานให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างมีพลัง
การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนยังสามารถเชื่อมโยงกับการดูแลกลุ่มเปราะบางได้หลายด้าน ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากชุมชนมีข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจปัญหาอย่างรอบด้าน ก็จะสามารถออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น
- ลดความยากจน: บ้านที่มั่นคงช่วยให้ครอบครัวมีฐานชีวิตที่ปลอดภัยและวางแผนอาชีพได้
- ลดความเหลื่อมล้ำ: ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงสิทธิในที่ดินและทรัพยากรอย่างเป็นธรรม
- ลดความขัดแย้ง: การมีส่วนร่วมทำให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกและเข้าใจกันมากขึ้น
- สร้างอาชีพ: การวางแผนบ้านและชุมชนควบคู่กับอาชีพช่วยเพิ่มรายได้ในระยะยาว
- รับมือความเปลี่ยนแปลง: ชุมชนสามารถเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ความสำเร็จของไทยบนเวทีเอเชียจึงไม่ได้วัดจากจำนวนรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงบทเรียนว่าการพัฒนาที่ดีควรเริ่มจากการรับฟังประชาชนและเข้าใจบริบทของพื้นที่แต่ละแห่ง โครงการที่ประสบความสำเร็จสามารถนำไปต่อยอดหรือปรับใช้กับชุมชนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบทั้งหมด เพราะแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ในอนาคต ภาครัฐควรสนับสนุนการทำงานของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านงบประมาณ ความรู้ กฎหมาย และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ชุมชนก็ควรพัฒนาระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูล และให้สมาชิกทุกกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม แนวทางนี้จะช่วยให้โครงการที่อยู่อาศัยเกิดความยั่งยืน ไม่หยุดลงหลังการก่อสร้างบ้านเสร็จ
มุมมองที่น่าสนใจจากกรณีนี้คือ บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักอาศัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต หากไทยสามารถขยายโมเดลที่ให้ชุมชนเป็นผู้ออกแบบและบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสช่วยลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้จริง ผู้อ่านและหน่วยงานในพื้นที่สามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ โดยเริ่มจากการรับฟังเสียงของคนในชุมชนและร่วมกันสร้างทางออกที่เหมาะสมที่สุด
ที่มา – ‘ยศชนัน’ ยินดีไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย มอง ช่วยแก้ยากจน-ขัดแย้ง-ลดเหลื่อมล้ำ


