ไทยพีบีเอสยังไม่ได้ผลตรวจจาก สตง. ชี้แจงข้อเท็จจริง

กรณีข่าวที่กำลังได้รับความสนใจเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ทำให้หลายคนสงสัยว่า หน่วยงานถูกชี้มูลความผิดและต้องชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาทแล้วหรือไม่ ล่าสุด นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ไทยพีบีเอสยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.

ประเด็นสำคัญคือ ข้อมูลที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์บางส่วนอาจทำให้สังคมเข้าใจว่า สตง. มีคำสั่งลงโทษหรือวินิจฉัยว่าผู้อำนวยการและพนักงานของ ส.ส.ท. รวม 10 รายมีความผิดแล้ว ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด ดังนั้น การทำความเข้าใจขั้นตอนอย่างรอบด้านจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องถูกตัดสินจากข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการ

ไทยพีบีเอสยังไม่ได้ผลตรวจจาก สตง.

ไทยพีบีเอสยืนยันว่า ในฐานะหน่วยรับตรวจ ยังไม่ได้รับรายงานหรือหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบจาก สตง. อย่างเป็นทางการ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจึงควรได้รับการคุ้มครองตามหลักการของกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพราะการเปิดเผยข้อมูลก่อนกระบวนการจะเสร็จสมบูรณ์ อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลและทำให้สังคมเข้าใจสถานการณ์คลาดเคลื่อนได้

นายพิเศษตั้งข้อสังเกตว่า หากข้อมูลการตรวจสอบถูกเผยแพร่ก่อนที่หน่วยงานผู้ถูกตรวจสอบจะได้รับทราบหรือมีโอกาสชี้แจง อาจทำให้เกิดภาพจำว่าไทยพีบีเอสเป็นผู้กระทำผิดไปแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นของหน่วยงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่และความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย

ไทยพีบีเอสยังไม่ได้ผลตรวจจาก สตง. และพร้อมชี้แจง

การตรวจสอบของ สตง. มีเป้าหมายเพื่อพิจารณาการดำเนินงาน แจ้งข้อบกพร่อง และเสนอแนะแนวทางปรับปรุง ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษทางกฎหมายที่ถึงที่สุดทันที เมื่อมีรายงานอย่างเป็นทางการ หน่วยรับตรวจก็ยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง อธิบายรายละเอียด หรือคัดค้านบางประเด็นได้ หากเห็นว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง

ไทยพีบีเอสระบุว่าไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ และพร้อมรับฟังคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่ต้องการให้กระบวนการเปิดโอกาสแก่ผู้ปฏิบัติงานได้ชี้แจงอย่างเหมาะสม การมีข้อมูลครบทั้งสองด้านจะช่วยให้สังคมประเมินเรื่องนี้ได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น และลดความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลต่อกำลังใจของบุคลากร

การกำกับดูแลการใช้จ่ายของไทยพีบีเอส

สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณ ส.ส.ท. ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการตามอำเภอใจ แต่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ ยังมีกลไกตรวจสอบหลายระดับเพื่อช่วยกำกับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส

  • มีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA
  • มีการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามอำนาจหน้าที่
  • มีคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการตรวจสอบภายในอย่างเป็นอิสระ
  • ต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

กลไกเหล่านี้สะท้อนว่าไทยพีบีเอสอยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร การมีรายงานหรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงานตรวจสอบจึงควรถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาระบบงาน มากกว่าจะรีบด่วนสรุปว่าเป็นบทลงโทษหรือการตัดสินความผิดในทันที

ในมุมของประชาชน การติดตามข่าวควรพิจารณาแหล่งข้อมูลและสถานะของกระบวนการให้ชัดเจน โดยเฉพาะคำว่า รายงานผลการตรวจสอบ ข้อเสนอแนะ คำสั่งทางปกครอง และคำพิพากษา ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน การแยกแยะคำเหล่านี้จะช่วยป้องกันการแชร์ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิด

ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐและสื่อมวลชนก็ควรสื่อสารข้อมูลด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เกี่ยวข้องและหลักการที่ทุกฝ่ายควรได้รับโอกาสชี้แจงอย่างเท่าเทียม หากไทยพีบีเอสได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ก็สามารถนำข้อมูลมาพิจารณาและชี้แจงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สรุปแล้ว ไทยพีบีเอสยังไม่ได้ผลตรวจจาก สตง. และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีคำสั่งลงโทษหรือคำวินิจฉัยความผิดถึงที่สุด การตรวจสอบควรเป็นโอกาสในการปรับปรุงการทำงาน สร้างความโปร่งใส และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากกว่าการรีบตัดสินจากข่าวที่ยังไม่ครบถ้วน ผู้สนใจควรรอติดตามเอกสารอย่างเป็นทางการและพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนสรุปความคิดเห็น

ที่มา – ‘ไทยพีบีเอส’ แจงยังไม่ได้ผลตรวจจาก สตง. ชี้ไม่ใช่หน่วยวินิจฉัยความผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *