“ไฮโซเก่ง” ส่งทนายร้องกองปราบ แจ้งจับเซียนพระดัง ฉ้อโกง 300 ล้าน
กรณีสุดร้อนแรงในวงการสังคมไทย เมื่อ “ไฮโซเก่ง” ส่งทนายร้องกองปราบ แจ้งจับเซียนพระดัง ฉ้อโกง 300 ล้าน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนจับตามอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความไว้วางใจที่ถูกทรยศ ผ่านการทำธุรกรรมที่ดูเหมือนจะร่ำรวยแต่กลับกลายเป็นกับดักทางการเงิน วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกท่านที่กำลังทำธุรกิจหรือลงทุน
“ไฮโซเก่ง” ส่งทนายร้องกองปราบ แจ้งจับเซียนพระดัง ฉ้อโกง 300 ล้าน
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่อาคารรับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือที่รู้จักกันในนาม ไฮโซเก่ง ได้มอบอำนาจให้ทนายความ นายเถลิงศักดิ์ อรรคทิมากูล เข้าพบ พ.ต.ท.หญิง วชิรา ธาวนพงษ์ สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเซียนพระเครื่องชื่อดังและพวกร่วม ในข้อหาฉ้อโกงและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของการหลอกลวงจากเซียนพระดัง
ทุกอย่างเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2565 เมื่อไฮโซเก่งรู้จักกับเซียนพระชื่อดังผู้นี้ เขาเข้ามาตีสนิทโดยเสนอซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของเธอในราคาสูงเกินจริง โดยอ้างว่าจะนำไปขายต่อเพื่อเอาส่วนต่าง ดูเหมือนจะเป็นโอกาสดี แต่จริงๆ แล้วเป็นเพียงกลอุบายเพื่อสร้างความไว้วางใจ
จากนั้น เซียนพระดังเริ่มทำธุรกรรมใหญ่ โดยมาจำนองที่ดินและซื้อขายที่ดินหลายแปลงกับไฮโซเก่ง แทนที่จะจ่ายเงินสด เขาใช้เช็คแทน ช่วงแรกเช็คเหล่านี้สามารถขึ้นเงินได้ตามปกติ ทำให้ไฮโซเก่งเชื่อมั่น แต่พอเวลาผ่านไป เช็คเริ่มเด้งไม่สามารถถอนเงินได้ สร้างความเสียหายมหาศาล
การรับสภาพหนี้และหลักประกันปลอม
วันที่ 2 เมษายน 2567 เซียนพระดังมาขอพบไฮโซเก่งเพื่อทำหนังสือรับสภาพหนี้ โดยตกลงผ่อนชำระ 84 งวด งวดละ 5,760,000 บาท และนำพระเครื่อง 152 องค์มาประกัน แต่เช็คที่ให้มาก็เด้งอีกครั้ง กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เขานัดไฮโซเก่งไปที่บริษัทเพื่อทำบันทึกข้อตกลงต่อท้าย โดยก่อนหน้านั้นให้เธอดื่มเหล้าจนเมา ขาดสติ แล้วหลอกให้ลงนามในเอกสารที่เสียเปรียบ หากไฮโซเก่งมีสติครบ เธอคงไม่ยอมเซ็นแน่นอน
- การเสนอซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูงเพื่อตีสนิท
- ซื้อขายที่ดินหลายแปลงด้วยเช็คเด้ง
- รับสภาพหนี้พร้อมพระเครื่องหลักประกัน
- หลอกเมาแล้วเซ็นเอกสารเสียเปรียบ
ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2569 ไฮโซเก่งนำพระเครื่องและที่ดินไปประเมินราคาจริง พบว่ามูลค่าที่เซียนพระประเมินไว้สูงเกือบเท่าตัว นอกจากนี้กระเป๋าแบรนด์เนมที่รับไปไม่ได้นำไปขายจริง แต่ใช้ส่วนตัว ไม่มีการประกาศขายเลย สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าเป็นการฉ้อโกงโดยเจตนา
กรณี “ไฮโซเก่ง” ส่งทนายร้องกองปราบ แจ้งจับเซียนพระดัง ฉ้อโกง 300 ล้าน นี้นอกจากจะเป็นคดีใหญ่แล้ว ยังสะท้อนปัญหาการฉ้อโกงในวงการพระเครื่องและอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังระบาด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบหลักทรัพย์ให้ดีก่อนทำธุรกรรม โดยเฉพาะเช็คและของมีค่า
บทเรียนสำคัญคือ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าที่เสนอผลประโยชน์สูงเกินจริง ควรปรึกษาทนายหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเซ็นสัญญา หากคุณเคยเจอกรณีคล้ายๆ นี้ แนะนำให้รีบแจ้งความทันทีเพื่อปกป้องสิทธิ์ ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข่าวอัปเดต
ที่มา – “ไฮโซเก่ง” ส่งทนายร้องกองปราบ แจ้งจับเซียนพระดัง ฉ้อโกง 300 ล้าน