กกต.แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินโอน 8.6 แสน คดีเลือกตั้งสส.
กกต.แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินโอน 8.6 แสน คดีเลือกตั้งสส.
กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองเลยทีเดียวครับ สำหรับกรณีที่มีข่าวลือเกี่ยวกับเส้นทางการเงินปริศนาในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีพนักงานของสำนักงาน กกต. รวมกว่า 860,000 บาท ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับประชาชนอย่างมากว่าเกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อเท็จจริงที่ทางสำนักงาน กกต. ออกมาชี้แจงให้กระจ่างกันครับ
จากการตรวจสอบพบว่า กกต.แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินโอน 8.6 แสน คดีเลือกตั้งสส. ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 โดยพนักงานคนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ซึ่งในขณะนั้นได้รับมอบหมายให้ดูแลสำนวนคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. แต่อย่างใดครับ
มาตรการเด็ดขาดจากสำนักงาน กกต.
หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น ทางสำนักงาน กกต. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยมีมาตรการจัดการกับผู้กระทำผิดดังนี้ครับ:
- สั่งให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน
- แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว
- แจ้งความดำเนินคดีอาญากับพนักงานรายนี้และผู้เกี่ยวข้องรวม 2 ราย
- รายงานเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช. พ.ศ. 2560
และล่าสุดทางสำนักงาน กกต. ได้มีคำสั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออกจากการเป็นพนักงานแล้ว ถือว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าองค์กรให้ความสำคัญกับความสุจริตอย่างสูงสุดครับ
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางการเงินในพื้นที่อื่นๆ อาทิ นครพนม ลำพูน และสงขลานั้น ทาง กกต. ยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมดได้ถูกบรรจุรวมอยู่ในสำนวนการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหน่วยงานพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการเลือกตั้งของไทย
สรุปแล้วเรื่องนี้ กกต.แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินโอน 8.6 แสน คดีเลือกตั้งสส. ให้สังคมได้เข้าใจชัดเจนว่าเป็นการกระทำผิดส่วนบุคคลในคดีเลือกตั้ง สส. ไม่ใช่เรื่องของระบบการเลือก สว. หวังว่าการจัดการอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญและช่วยให้ภาพลักษณ์ของหน่วยงานกลับมาดูโปร่งใสขึ้นในสายตาประชาชนนะครับ