กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อน รับมือน้ำสูง

กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อน รับมือน้ำสูง หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประกอบกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงเช้าและช่วงค่ำ กรุงเทพมหานครจึงขอให้ประชาชนริมแม่น้ำเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครแจ้งเตือนประชาชนว่า กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อรวมกับระดับน้ำทะเลที่หนุนสูง จึงอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลต่อพื้นที่ริมแม่น้ำโดยตรง โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่ทั่วไป

กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อน รับมือน้ำสูง

กทม.ขอให้ประชาชนใน 11 ชุมชน จาก 6 เขต เตรียมยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินที่จำเป็นขึ้นไว้ในจุดสูง ไม่ควรรอจนกว่าน้ำจะเริ่มเข้าบ้าน เพราะอาจทำให้เคลื่อนย้ายสิ่งของไม่ทัน นอกจากนี้ควรจัดเตรียมถุงยังชีพ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งาน

กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อน รับมือน้ำสูงอย่างไร

สำหรับการเตรียมบ้านให้ปลอดภัย ควรตรวจสอบปลั๊กไฟ สายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ใกล้พื้น หากมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมควรปิดสวิตช์ไฟในจุดที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่ในน้ำ หากไม่แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าปลอดภัย ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง

รายชื่อ 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนใน 6 เขต มีดังนี้

  • เขตดุสิต 2 ชุมชน รวม 65 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ บริเวณเชิงสะพานกรุงธนฯ และชุมชนเทวราชกุญชร
  • เขตพระนคร 1 ชุมชน รวม 16 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนท่าวัง
  • เขตบางคอแหลม 4 ชุมชน รวม 84 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนวัดบางโคล่นอก ชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ชุมชนวัดอินทร์บรรจง และชุมชนมาตานุสรณ์
  • เขตยานนาวา 1 ชุมชน รวม 61 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนโรงสี
  • เขตบางกอกน้อย 1 ชุมชน รวม 60 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนวัดดุสิตนิมิตใหม่
  • เขตคลองสาน 2 ชุมชน รวม 34 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนปลายซอยเจริญนคร 29/2 และชุมชนช่างนาค-สะพานยาว

แม้จะไม่ได้อยู่ในรายชื่อชุมชนนอกแนวเขื่อน ผู้ที่พักอาศัยตามแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ก็ควรตรวจสอบแนวกั้นน้ำเป็นประจำ โดยสังเกตจุดรั่วซึม น้ำเอ่อล้น รอยแตกร้าว หรือความผิดปกติของกระสอบทรายและอุปกรณ์ป้องกันน้ำ หากพบปัญหาควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการก่อนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีการระบายน้ำเพิ่มหรือเกิดน้ำทะเลหนุนสูง การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือนและทำให้สามารถอพยพได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และสัตว์เลี้ยงควรได้รับการดูแลเป็นกลุ่มแรก ๆ หากต้องออกจากบ้านควรเตรียมเส้นทางสำรองและแจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบ

หากเกิดน้ำท่วม น้ำรั่วซึม หรือมีเหตุเดือดร้อนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ประชาชนสามารถติดต่อสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-5115 ตลอด 24 ชั่วโมง การแจ้งข้อมูลอย่างรวดเร็วจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุด

สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ชุมชนริมแม่น้ำจำเป็นต้องติดตามข้อมูลและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำจากต้นน้ำเพิ่มขึ้นพร้อมกับทะเลหนุนสูง ดังนั้นคำเตือน กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อน รับมือน้ำสูง จึงไม่ควรมองข้าม ขอให้ทุกครัวเรือนยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และวางแผนรับมือไว้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – กทม.เตือน! 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ ยกของขึ้นที่สูง รับมือน้ำ ‘เจ้าพระยาสูง-ทะเลหนุน’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *