กมธ.อุตสาหกรรมพบลักลอบทิ้งกากในปราจีนบุรี 18 จุด

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออกกลับมาเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอีกครั้ง หลังคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผลการตรวจสอบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี พบทั้งหมด 18 จุด กระจายอยู่ในหลายอำเภอ และบางพื้นที่ยังต้องติดตามคุณภาพน้ำกับตะกอนดินอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศในระยะยาว

จากข้อมูลที่แถลงต่อสื่อมวลชน กมธ.อุตสาหกรรมพบลักลอบทิ้งกากในปราจีนบุรี 18 จุด โดยแบ่งเป็นอำเภอศรีมหาโหสถ 2 จุด อำเภอศรีมหาโพธิ 9 จุด และอำเภอกบินทร์บุรี 7 จุด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งผู้ลักลอบทิ้ง ผู้ขนย้ายกากอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเจ้าของที่ดินซึ่งอนุญาตให้ใช้พื้นที่เป็นจุดทิ้งของเสีย

กมธ.อุตสาหกรรมพบลักลอบทิ้งกากในปราจีนบุรี 18 จุด

การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับคราบบนผิวน้ำ น้ำเปลี่ยนสี และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำในพื้นที่ โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมชี้แจง ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

กมธ.อุตสาหกรรมพบลักลอบทิ้งกากในปราจีนบุรี 18 จุด และเร่งตรวจคุณภาพน้ำ

สำหรับกรณีพบคราบสีรุ้งบนผิวน้ำในอำเภอศรีมหาโพธิ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่รอบโรงงานในรัศมีประมาณ 3–5 กิโลเมตร และพบว่าคราบดังกล่าวมีลักษณะเป็นไฮโดรคาร์บอนหรือคราบน้ำมันเครื่อง เบื้องต้นยังไม่พบโลหะหนักในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีคำสั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไข และมีการสั่งใช้มาตรา 39 เพื่อดำเนินการปิดโรงงานที่เป็นต้นเหตุของการรั่วไหล รวมถึงเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบ

อีกกรณีหนึ่งคือบริเวณประตูระบายน้ำเพชรเอิม อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งพบว่าน้ำมีสีดำและมีปลาตาย ผลตรวจเบื้องต้นพบค่าปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ที่ 3.26 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลตรวจโลหะหนักจากห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันสาเหตุอย่างละเอียด และคณะกรรมาธิการยืนยันว่าจะติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

นอกจากนี้ การสุ่มตรวจคุณภาพน้ำ 5 จุด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอบ้านสร้าง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พบว่ามี 4 จุดที่มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังตรวจพบสารอะลูมิเนียมบริเวณต้นน้ำ 2 จุดแรก จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังตามเกณฑ์ของสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา หรือ US EPA พร้อมตรวจค่าความเป็นกรด–ด่างประกอบกัน

มาตรการตรวจสอบโรงงานและการนำเข้ากากอุตสาหกรรม

เมื่อระดับน้ำลดลง กรมควบคุมมลพิษจะเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินมาตรวจซ้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะติดตามผลตรวจทั้งในน้ำและดินอย่างต่อเนื่อง การทำงานลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะผลกระทบจากกากอุตสาหกรรมอาจสะสมในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร ไม่ได้แสดงอาการเฉพาะในวันที่พบเหตุเท่านั้น

ด้านการกำกับดูแลโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้รวบรวมข้อมูลโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 101, 105 และ 106 เพื่อตรวจสอบจำนวนโรงงาน รูปแบบการรีไซเคิล และกระบวนการผลิตว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ หากพบการฝ่าฝืนหรือดำเนินการไม่ตรงตามเงื่อนไข หน่วยงานสามารถพิจารณาบังคับใช้มาตรา 39 เพื่อสั่งปิดโรงงานตามกฎหมาย

ส่วนปัญหาการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ และหารือร่วมกับกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ประเด็นที่ต้องจับตาคือการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ มาบดละเอียด ผสมกับโลหะ แล้วอัดเป็นก้อน ซึ่งอาจทำให้การตรวจสอบสินค้านำเข้าไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของมาตรการห้ามนำเข้ากากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2568

  • ตรวจสอบต้นทาง: ควรตรวจสอบแหล่งกำเนิด ผู้ขนส่ง และเอกสารกำกับกากอุตสาหกรรมให้ครบถ้วน
  • ติดตามคุณภาพน้ำ: ควรเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน และตะกอนในจุดเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
  • เปิดเผยข้อมูล: ประชาชนควรเข้าถึงผลตรวจและแนวทางแก้ไขได้อย่างโปร่งใส
  • เอาผิดผู้รับผิดชอบ: การบังคับใช้กฎหมายต้องครอบคลุมทั้งโรงงาน ผู้ขนย้าย และเจ้าของพื้นที่

สำหรับกากอุตสาหกรรมที่ถูกนำเข้าหรือถูกทิ้งไว้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือแนวทางยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด เพื่อนำมาใช้ชดเชยค่าใช้จ่ายในการกำจัดกากและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาครัฐและประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณานำอนุสัญญาบาเซลมาใช้เป็นกลไกจัดการการลักลอบนำเข้าของเสียจากต่างประเทศ

โดยสรุป กมธ.อุตสาหกรรมพบลักลอบทิ้งกากในปราจีนบุรี 18 จุด สะท้อนว่าการจัดการกากอุตสาหกรรมยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน รวมถึงการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ หากพบการทิ้งของเสียผิดปกติ ควรบันทึกภาพ ตำแหน่ง และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง แล้วแจ้งหน่วยงานรัฐเพื่อให้ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ความโปร่งใสและการติดตามผลอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน

ที่มา – กมธ.การอุตสาหกรรม พบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี 18 จุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *