‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456%

ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนจากวิกฤติโลก ‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456 % สะท้อนลาภลอยจากวิกฤติ จี้ให้เร่งพิจารณาเก็บภาษีลาภลอย ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแฉตัวเลขกำไรมหาศาลของบริษัทไทยออยล์ในไตรมาสแรกของปี 2566 ซึ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด สะท้อนถึงกำไรพิเศษที่เกิดจากสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง

‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456 % สะท้อนลาภลอยจากวิกฤติ

บริษัทไทยออยล์ ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันของไทย เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 โดยทำกำไรสุทธิถึง 19,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 456% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเท่ากับ 4.5 เท่า น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือตัวเลขนี้สูงกว่ากำไรทั้งปี 2565 ถึง 30% เลยทีเดียว นายกรณ์ชี้ว่ากำไรพุ่งสูงขนาดนี้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ประการแรกคือการกักตุนน้ำมันก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งรัฐบาลเปิดช่องให้บริษัทขายในราคาสูงหลังราคาน้ำมันทะยาน และประการที่สองคือค่าการกลั่นที่พุ่งสูงถึง 16-17 บาทต่อลิตร สิ่งเหล่านี้คือ ‘ลาภลอย’ ที่บริษัทได้ประโยชน์เต็มๆ ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น

สาเหตุที่ทำให้กำไรไทยออยล์พุ่งทะยาน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูปัจจัยหลักที่ ‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456 % กัน

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งจากวิกฤติ: สงครามในยูเครนทำให้ราคาน้ำมัน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บริษัทที่ตุนน้ำมันถูกไว้ก่อน ได้กำไรก้อนโตเมื่อขายแพง
  • ค่าการกลั่นสูงผิดปกติ: จากปกติ 5-10 บาทต่อลิตร ไตรมาสนี้แตะ 16-17 บาท ส่งผลตรงให้กำไรโรงกลั่นเพิ่มมหาศาล
  • นโยบายรัฐบาลที่ไม่เข้มงวด: ไม่มีการควบคุมราคาอย่างจริงจัง ปล่อยให้สูตรคำนวณราคาเดิมๆ ทำงานต่อไป

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องบริษัท แต่สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ประชาชนเดือดร้อนจากค่าน้ำมัน ค่าไฟแพง ขณะที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เก็บกำไรเข้ากระเป๋า

รัฐบาลควรเก็บภาษีลาภลอยเพื่อบรรเทาภาระประชาชน

นายกรณ์วิจารณ์รัฐบาลหนักว่า แทนที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเพื่อ补贴น้ำมัน ควรแก้ที่ต้นตอ เช่น ลดภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำราคาน้ำมันแพงเกินจริง รัฐบาลตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมของสูตรราคาน้ำมัน (คตร.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เป็นประธาน แต่จนบัดนี้ยังใช้สูตรเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอมาตลอดคือ เก็บ ‘ภาษีลาภลอย’ จากกำไรพิเศษของบริษัทน้ำมัน เพื่อนำเงินมาช่วยประชาชนโดยตรง ไม่ต้องกู้เพิ่มหนี้สาธารณะ

หากรัฐบาลดำเนินการดังกล่าวตั้งแต่แรก ปัญหาต้นทุนพลังงานสูงอาจไม่รุนแรงขนาดนี้ บริษัทไทยออยล์และคู่แข่งอย่างบางจาก, IRPC ก็ได้กำไรโกยจากวิกฤติ แต่ประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อยกลับต้องจ่ายแพง นี่คือความไม่เป็นธรรมที่ต้องแก้ไขด่วน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นค่าการกลั่นที่ถกเถียงมานาน ว่าส่งผลต่อราคาขายปลีกหรือไม่ วันนี้ชัดเจนแล้วว่าบริษัทได้กำไรเต็มๆ ขณะที่รัฐไม่ปรับสูตรภาษีให้เหมาะสม สถานการณ์คล้ายหลายประเทศที่เก็บ windfall tax จาก Big Oil อย่างนอร์เวย์หรือสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยสมดุลเศรษฐกิจได้ดี

สรุปแล้ว ‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456 % ไม่ใช่แค่ข่าวดีของบริษัท แต่เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐต้อง行动ทันที เก็บภาษีลาภลอยเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ให้ประชาชน ลดภาระภาษีสรรพสามิต และปรับสูตรราคาน้ำมันให้โปร่งใส

ความเห็นผู้เขียน: เห็นด้วยกับนายกรณ์ 100% รัฐบาลควรเลิกอ้างวิกฤติแล้วลงมือจริงจัง เก็บภาษีจากลาภลอยเพื่อเยียวยาประชาชนโดยไม่เพิ่มหนี้ ลองคิดดู ถ้ากำไร 19,000 ล้านต่อไตรมาส ภาษีส่วนนี้จะช่วยลดราคาน้ำมันได้แค่ไหน?

คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน!

ที่มา – ‘กรณ์’ เปิดผลกำไรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456 % สะท้อนลาภลอยจากวิกฤติ จี้ให้เร่งพิจารณาเก็บภาษีลาภลอย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *