กรมควบคุมมลพิษตรวจโรงงานปล่อยน้ำเสีย พนัสนิคม
กรมควบคุมมลพิษตรวจโรงงานปล่อยน้ำเสีย ในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังได้รับความสนใจเกี่ยวกับการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานภายใน Crown Industrial Park โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและแหล่งน้ำโดยรอบ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษติดตามตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการกระทำผิดต้องเร่งแก้ไขและพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอน
กรมควบคุมมลพิษตรวจโรงงานปล่อยน้ำเสีย พนัสนิคม
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 หรือ สคพ.13 ได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน และผู้แทนพรรคประชาชน ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งภายใน Crown Industrial Park ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569
โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานลำดับที่ 58(3) ประกอบกิจการผลิตเครื่องตกแต่งภายในอาคาร มีพนักงานประมาณ 248 คน จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานมีระบบบ่อตกตะกอนสำหรับรองรับน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต และนำน้ำที่ผ่านการตกตะกอนกลับมาใช้ภายในโรงงาน ส่วนตะกอนที่เกิดขึ้นจากระบบจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปกำจัดตามแนวทางของโรงงาน
กรมควบคุมมลพิษตรวจโรงงานปล่อยน้ำเสีย พบประเด็นเอกสารสำคัญ
แม้บริษัทจะมีระบบจัดการน้ำเสียและมีการนำน้ำกลับมาใช้ แต่เจ้าหน้าที่พบประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยบริษัทไม่พบการดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บสถิติและข้อมูลที่แสดงผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียอย่างครบถ้วน
การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบได้ว่าระบบบำบัดน้ำเสียทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ รวมถึงช่วยติดตามคุณภาพน้ำทิ้งและประเมินความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการจึงควรบันทึกข้อมูลการทำงานของระบบอย่างสม่ำเสมอ เก็บเอกสารให้ตรวจสอบได้ และรายงานข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
สำหรับกรณีนี้ กรมควบคุมมลพิษเตรียมมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการมารับทราบข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี โดยบทลงโทษตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ การดำเนินการยังต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและการพิจารณาข้อเท็จจริงจากเอกสารและคำชี้แจงของบริษัท
คำสั่งหยุดโรงงานและแนวทางแก้ไข
นอกจากการตรวจสอบของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรียังมีคำสั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการโรงงานชั่วคราว พร้อมกำหนดให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้โรงงานแก้ไขข้อบกพร่องและสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนหรือทรัพยากรธรรมชาติ
หลังจากนี้ กรมควบคุมมลพิษจะติดตามผลการปรับปรุงอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินว่าบริษัทดำเนินการตามคำสั่งครบถ้วนหรือไม่ ประเด็นที่ควรติดตาม ได้แก่ การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดเก็บข้อมูลการทำงานของระบบ การจัดการตะกอน และการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนนำกลับมาใช้หรือระบายออกจากพื้นที่โรงงาน
- ผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ
- หน่วยงานรัฐ ควรติดตามผลการแก้ไขและสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
- ประชาชนในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อสังเกตเกี่ยวกับมลพิษต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบได้
- ชุมชนและโรงงาน ควรร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
กรณีนี้สะท้อนว่า การมีระบบบำบัดน้ำเสียเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการต้องมีการบันทึกข้อมูลและพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบได้อย่างชัดเจนด้วย การตรวจติดตามของภาครัฐจึงเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันโรงงานควรเร่งแก้ไขข้อบกพร่องด้วยความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนและลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาซ้ำ
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงโรงงานและผลการดำเนินคดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ การร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลอย่างถูกต้องจะช่วยให้การจัดการน้ำเสียในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยสำหรับทุกคน
ที่มา – ‘กรมควบคุมมลพิษ’ ตรวจเข้มโรงงานปล่อยน้ำเสีย อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จ่อดำเนินคดี

