กรมควบคุมมลพิษเผย DO 0 มก./ล. ปลาตายคลองรังสิต
เหตุการณ์พบปลาตายจำนวนมากในคลองสองและคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังพบว่าน้ำมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นผิดปกติ กรมควบคุมมลพิษจึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ เก็บตัวอย่างจากหลายจุด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด
ผลตรวจภาคสนามเบื้องต้นพบประเด็นสำคัญว่า บริเวณคลองสอง หมู่บ้านพฤกษา 44 ซึ่งเป็นจุดที่พบปลาตายจำนวนมาก มีค่าออกซิเจนละลายน้ำ หรือ DO เท่ากับ 0 มิลลิกรัมต่อลิตร ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหัวข้อ กรมควบคุมมลพิษเผย DO 0 มก./ล. ปลาตายคลองรังสิต และสะท้อนว่าสภาพน้ำบริเวณดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ
กรมควบคุมมลพิษเผย DO 0 มก./ล. ปลาตายคลองรังสิต
ค่า DO หรือออกซิเจนละลายน้ำ เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ประเมินคุณภาพน้ำและความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลา รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในน้ำ หากค่า DO ลดลงมาก สัตว์น้ำจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจเกิดการลอยหัว อ่อนแรง หรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมากได้ กรณีนี้จึงต้องติดตามผลตรวจด้านอื่นประกอบ ไม่ควรสรุปจากค่า DO เพียงอย่างเดียวว่าเกิดจากสารพิษชนิดใดชนิดหนึ่ง
กรมควบคุมมลพิษเผย DO 0 มก./ล. ปลาตายคลองรังสิต บริเวณไหนบ้าง
เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำทั้งหมด 5 จุด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยจุดสำคัญในคลองสองมีค่า pH 7.17 ค่า DO 0 มิลลิกรัมต่อลิตร ความขุ่น 1,295.1 NTU และค่าการนำไฟฟ้า 677 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ค่าความขุ่นที่สูงสะท้อนว่าน้ำมีตะกอนหรือสิ่งแขวนลอยอยู่มาก ขณะที่ค่าออกซิเจนละลายน้ำเป็นศูนย์อาจส่งผลโดยตรงต่อสัตว์น้ำในบริเวณนั้น
สำหรับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 4 จุด ได้แก่ ท่าน้ำเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ซอยรังสิตนครนายก 46 หรือบริเวณบึงเฝ้าจิบ สะพานฟ้าคลองรังสิต และประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ผลตรวจพบค่า pH อยู่ระหว่าง 6.97–7.02 ค่า DO อยู่ระหว่าง 1.41–2.61 มิลลิกรัมต่อลิตร ความขุ่นอยู่ระหว่าง 19.4–23.6 NTU และค่าการนำไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 492–557 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร
เมื่อพิจารณาการจัดประเภทแหล่งน้ำผิวดิน พบว่าจุดตรวจในคลองรังสิตอยู่ในประเภทที่ 4 จำนวน 3 จุด และประเภทที่ 5 จำนวน 1 จุด อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษย้ำว่านี่เป็นผลตรวจเบื้องต้นจากสถานที่และช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง ผลการตรวจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ การไหลเวียน และกิจกรรมในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตรวจสารปนเปื้อนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ
นอกจากการตรวจค่า pH, DO, ความขุ่น และค่าการนำไฟฟ้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังส่งตัวอย่างน้ำเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์สารอินทรีย์ แบคทีเรีย แอมโมเนีย สารอาหาร และโลหะหนัก 8 ธาตุ ได้แก่ ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียมทั้งหมด ทองแดง นิกเกิล เหล็ก แมงกานีส และสังกะสี โดยคาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 7 วัน
การตรวจภาคสนามเบื้องต้นไม่พบสารหนู และการตรวจสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs รวมถึงก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ H₂S ในทั้ง 5 จุด ก็ไม่พบสารหรือก๊าซดังกล่าว ข้อมูลนี้ช่วยจำกัดประเด็นในการสืบหาสาเหตุ แต่ยังจำเป็นต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินคุณภาพน้ำอย่างรอบด้าน
ประชาชนควรปฏิบัติตัวอย่างไร
ในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในคลองโดยตรง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีบาดแผล และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีความจำเป็นต้องลงพื้นที่หรือสัมผัสน้ำ ควรสวมถุงมือและรองเท้าบูทที่เหมาะสม หลังจากนั้นควรล้างมือ อาบน้ำ และทำความสะอาดเครื่องแต่งกายทันที
- ห้ามนำปลาที่ตายไปบริโภค ไม่ว่าจะนำไปปรุงสุกหรือแปรรูปก็ตาม
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากคลองเพื่อประกอบอาหาร ล้างผัก หรือทำความสะอาดภาชนะ
- ไม่ควรจับ ซากปลา หรือนำน้ำในบริเวณดังกล่าวไปใช้โดยไม่จำเป็น
- หากพบปลาตายเพิ่ม น้ำเปลี่ยนสี หรือมีกลิ่นรุนแรง ควรถ่ายภาพและแจ้งหน่วยงานทันที
- ช่วยกันลดการทิ้งขยะและการระบายน้ำเสียลงสู่คลอง
กรณี กรมควบคุมมลพิษเผย DO 0 มก./ล. ปลาตายคลองรังสิต เป็นสัญญาณเตือนว่าการดูแลแหล่งน้ำต้องอาศัยทั้งการตรวจสอบที่รวดเร็วและความร่วมมือจากคนในชุมชน แม้ผลตรวจเบื้องต้นจะชี้ว่าน้ำบางจุดมีออกซิเจนต่ำมาก แต่การหาสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลวิเคราะห์สารปนเปื้อนเพิ่มเติม ประชาชนสามารถขอคำแนะนำหรือแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 โทร. 02 968 8065 หรือสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 การแจ้งข้อมูลอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และวางแนวทางแก้ไขได้เร็วขึ้น
ที่มา – ‘กรมควบคุมมลพิษ’เผยผลตรวจค่าออกซิเจนละลายน้ำ DO เท่ากับ 0 มก./ล. ต้นเหตุปลาตายยกคลองรังสิต



