กรีนวัลเล่ย์จมน้ำ เร่งระบายให้แห้งใน 3 วัน

สถานการณ์ กรีนวัลเล่ย์จมน้ำ ในพื้นที่หมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง หลังฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังสะสมเป็นเวลานานร่วมสัปดาห์ การเดินทางเข้าออกทำได้ยาก หลายจุดต้องใช้เรือหรือรถยกสูง ขณะที่ประชาชนบางส่วนไม่สามารถนำรถยนต์กลับเข้าบ้านได้ตามปกติ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคณะทำงานจากนิติบุคคลหมู่บ้าน กรมชลประทาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รวมถึงหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วน โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำและเปิดทางระบายน้ำที่ติดขัด

กรีนวัลเล่ย์จมน้ำ เร่งแก้ปัญหาให้เห็นผลใน 3 วัน

การประชุมในพื้นที่มีการนำแผนผังระบบระบายน้ำมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อค้นหาจุดอุดตันและวิเคราะห์ทิศทางการไหลของน้ำอย่างละเอียด ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในโครงการ ได้ร่วมเสนอข้อมูลจากสถานการณ์จริงภายในหมู่บ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดจุดทำงานได้ตรงกับปัญหามากขึ้น

คณะทำงานตั้งเป้าหมายระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้แห้งภายใน 3 วัน ก่อนจะมีการคาดการณ์ฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม ภารกิจสำคัญคือการประสานขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม จัดเจ้าหน้าที่ดูแลแนวทางระบาย และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากสามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้เต็มกำลังและไม่มีฝนตกซ้ำมากเกินไป ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อบ้านเรือนและการสัญจรได้อย่างมาก

กรีนวัลเล่ย์จมน้ำ กระทบการเดินทางและกลุ่มเปราะบาง

พันจ่าเอกชัชเจน อังกุลานนท์ เปิดเผยว่า ระดับน้ำบางจุดภายในหมู่บ้านสูงถึงระดับหน้าอก ทำให้การเดินทางทั่วไปไม่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ลูกบ้านจำเป็นต้องใช้เรือเพื่อออกมายังจุดต่อรถยกสูงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและทหารเรือที่เข้ามาช่วยเหลือ ภาพรวมจึงไม่ใช่เพียงปัญหาน้ำท่วมถนนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินทางไปทำงาน และการเข้าถึงบริการจำเป็น

ลูกบ้านหลายรายระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 17 ปี บางครอบครัวไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดใกล้บ้านได้ ขณะที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ มีการย้ายผู้สูงอายุบางส่วนไปพักชั่วคราวที่เนอร์สซิ่งโฮม เพื่อป้องกันอันตรายจากการเดินลุยน้ำและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหมู่บ้าน

นอกจากการเร่งสูบน้ำแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเตรียมจัดทีมดูแลสุขอนามัยและช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้ที่เดินทางลำบาก การทำงานลักษณะนี้มีความสำคัญมาก เพราะน้ำท่วมขังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เชื้อโรค และสัตว์มีพิษ นอกจากนี้ น้ำที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้ารั่วและอุบัติเหตุจากสิ่งกีดขวางใต้ผิวน้ำ

  • เร่งติดตั้งและเพิ่มเครื่องสูบน้ำ: เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด
  • ตรวจสอบจุดอุดตัน: เปิดทางน้ำและแก้ไขปัญหาที่ทำให้น้ำไหลออกได้ช้า
  • จัดระบบการเดินทาง: ใช้เรือและรถยกสูงช่วยรับส่งประชาชนในจุดที่น้ำลึก
  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง: ประสานทีมแพทย์และจัดพื้นที่พักชั่วคราวสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย
  • ติดตามฝนระลอกใหม่: ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับมือฝนช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม

สำหรับประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยไม่จำเป็น สวมรองเท้าที่ป้องกันของมีคม และไม่เข้าใกล้เสาไฟ ปลั๊กไฟ หรือสายไฟที่อาจอยู่ในบริเวณน้ำท่วม หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรติดต่อฝ่ายนิติบุคคลหมู่บ้านหรือหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัย

เหตุการณ์ กรีนวัลเล่ย์จมน้ำ สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น นิติบุคคลหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ชลประทาน ปภ. ทหาร และประชาชนในพื้นที่ การตั้งเป้าระบายน้ำให้แห้งภายใน 3 วันเป็นความหวังสำคัญของลูกบ้าน แต่การเตรียมระบบระบายน้ำและแผนรับมือฝนในระยะยาวก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาเกิดซ้ำเมื่อมีฝนตกหนักอีกครั้ง

ในช่วงนี้ทุกฝ่ายควรร่วมกันติดตามระดับน้ำและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ความร่วมมือของชุมชนจะช่วยให้การระบายน้ำและการดูแลผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – กรีนวัลเล่ย์จมน้ำร่วมสัปดาห์! อบจ.สมุทรปราการ แท็กทีม นิติฯ-ปภ. ลุยเร่งระบายน้ำ ตั้งเป้า 3 วันแห้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *