กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ รุ่นใหม่

กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้การทำธุรกิจจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงการคิดไอเดียหรือแข่งขันนำเสนอแผนงานเท่านั้น แต่ยังได้ทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ พบลูกค้าจริง รับฟังความคิดเห็น และปรับปรุงธุรกิจอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน

โครงการนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาเยาวชนที่สอดคล้องกับโลกธุรกิจยุคใหม่ เพราะผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีไอเดียที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจปัญหาของผู้บริโภค วางแผนการเงินได้ ทดลองตลาดเป็น และพร้อมเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ AFTERKLASS ต้องการส่งต่อให้คนรุ่นใหม่

กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ ผ่านการลงมือทำจริง

AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 ใช้กระบวนการ Learn • Build • Grow เป็นแนวทางหลักในการบ่มเพาะเยาวชน ตั้งแต่การค้นหาโอกาสทางธุรกิจ การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย การวางโมเดลธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือ MVP (Minimum Viable Product) จากนั้นแต่ละทีมจะนำผลงานไปทดสอบกับผู้ใช้งานจริงและนำข้อเสนอแนะกลับมาปรับปรุง

ในปีนี้มีทีมเยาวชนสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 76 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 9 ทีมสุดท้ายเพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างเข้มข้น ผู้เข้าร่วมได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ธนาคารกสิกรไทย บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล และผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้ได้เห็นทั้งโอกาส ข้อจำกัด และความเป็นไปได้ของแนวคิดตัวเองอย่างรอบด้าน

กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ ด้วยแนวคิด Learn • Build • Grow

จุดเด่นของโครงการคือการพาเยาวชนออกจากห้องเรียนมาสู่สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการทำธุรกิจจริง ผู้เข้าร่วมต้องศึกษาว่าลูกค้าคือใคร มีปัญหาอะไร และผลิตภัณฑ์หรือบริการของทีมสามารถช่วยแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังต้องฝึกออกแบบแบรนด์ กำหนดราคา วางแผนรายได้ และคำนึงถึงต้นทุนเพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

  • Learn: เรียนรู้พื้นฐานการทำธุรกิจ การเงิน การตลาด และการวางแผนธุรกิจ
  • Build: สร้างต้นแบบสินค้าและบริการ พร้อมทดลองกับกลุ่มเป้าหมายจริง
  • Grow: ปรับปรุงแนวคิดจาก Feedback และเตรียมพร้อมสู่การลงทุนหรือต่อยอดธุรกิจ

ตลอดเส้นทาง เยาวชนยังได้ฝึกทักษะการสื่อสารและการนำเสนอ เพราะการมีสินค้าดีไม่เพียงพอ หากไม่สามารถอธิบายคุณค่าให้ลูกค้า นักลงทุน หรือพันธมิตรเข้าใจได้ การฝึก Pitching จึงช่วยให้แต่ละทีมสรุปปัญหา แนวทางแก้ไข จุดเด่นของธุรกิจ และแผนการเติบโตได้อย่างกระชับและน่าเชื่อถือ

9 ทีมเยาวชนเรียนรู้จากตลาดจริงก่อนขึ้นเวที Venture Stage

หลังผ่านการเวิร์กชอปและการพัฒนาธุรกิจตลอด 3 เดือน เยาวชนทั้ง 9 ทีมได้นำแผนธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต้นแบบขึ้นนำเสนอในเวที Venture Stage ซึ่งจำลองบรรยากาศการนำเสนอต่อคณะกรรมการและนักลงทุนจริง แต่ละทีมต้องตอบคำถาม อธิบายผลการทดลองกับผู้ใช้งาน และแสดงให้เห็นว่าแนวคิดของตนมีโอกาสพัฒนาเป็นธุรกิจได้อย่างไร

เวทีดังกล่าวไม่ได้วัดเพียงความสวยงามของผลิตภัณฑ์หรือความมั่นใจในการพูด แต่ยังพิจารณาความเข้าใจลูกค้า ความชัดเจนของโมเดลธุรกิจ ความเป็นไปได้ด้านการเงิน และความสามารถในการนำคำแนะนำไปปรับใช้ ประสบการณ์นี้ช่วยให้เยาวชนเห็นภาพการทำงานของผู้ประกอบการได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงเข้าใจว่าธุรกิจต้องอาศัยการทดลองและการปรับตัวอยู่เสมอ

3 ทีมคว้าทุน AFTERKLASS Seed Fund

ผลการตัดสินปรากฏว่า มี 3 ทีมได้รับทุนสนับสนุน AFTERKLASS Seed Fund ระดับ 1st Honor ทีมละ 30,000 บาท ได้แก่

  • ทีม Poptus นำเสนอขนมถั่วลูกไก่อบกรอบที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาขนมทางเลือก
  • ทีม Chip n Dale พัฒนาผลงาน PawDee บ้านสัตว์เลี้ยงแบบพกพา ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยง
  • ทีม BOOM นำเสนอ Keeply บริการรับฝากของถึงหน้าบ้าน ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน

ทั้ง 3 แนวคิดแสดงให้เห็นว่าเยาวชนสามารถมองเห็นปัญหาใกล้ตัวและเปลี่ยนปัญหาเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสัตว์เลี้ยง หรือการจัดการพื้นที่ภายในบ้าน เงินทุนที่ได้รับจะช่วยให้ทีมสามารถนำความรู้และต้นแบบไปทดลองต่อ รวมถึงเก็บข้อมูลจากลูกค้าเพื่อพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น

บทเรียนสำคัญจากการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่

นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบูรณาการความยั่งยืนองค์การ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเรียนรู้เรื่องผู้ประกอบการไม่ควรจบลงที่การมีไอเดียหรือการนำเสนอแผนธุรกิจบนเวที เยาวชนควรได้รับโอกาสให้ลองทำจริง พบลูกค้าจริง และเรียนรู้ว่าการสร้างธุรกิจต้องผ่านการทดลอง การปรับเปลี่ยน และการแก้ปัญหา

สิ่งที่ AFTERKLASS ต้องการสร้างจึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นเมื่อจบโครงการ แต่คือวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ ตั้งแต่การมองเห็นปัญหา การวิเคราะห์ข้อมูล การกล้าทดลอง การรับฟัง Feedback และการเรียนรู้จากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน รวมถึงความเข้าใจด้านการเงิน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการทำธุรกิจและการวางแผนชีวิต

AFTERKLASS Business KAMP จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้แพลตฟอร์ม AFTERKLASS ของธนาคารกสิกรไทย โดยมุ่งส่งเสริมความรู้ทางการเงินและทักษะชีวิตให้เยาวชนไทย การผสมผสานความรู้ทางการเงินเข้ากับความสนใจของคนรุ่นใหม่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างไอเดีย ธุรกิจ รายได้ ต้นทุน และความรับผิดชอบต่อสังคมได้ชัดเจนขึ้น

มุมมองที่น่าสนใจจากโครงการนี้คือ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดใหญ่ แต่อาจเริ่มจากปัญหาเล็ก ๆ รอบตัว แล้วค่อย ๆ ทดสอบแนวคิดกับผู้ใช้งานจริง เมื่อมีข้อมูลมากขึ้นก็สามารถปรับสินค้า บริการ และแผนธุรกิจให้ตอบโจทย์ตลาดได้ดีขึ้น ประสบการณ์เช่นนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต

สำหรับเยาวชนที่สนใจเส้นทางผู้ประกอบการ การเริ่มต้นลงมือทำและเปิดใจรับคำแนะนำอาจสำคัญกว่าการรอให้ไอเดียสมบูรณ์แบบ โครงการลักษณะนี้จึงเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง และช่วยให้คนรุ่นใหม่ค้นพบศักยภาพของตัวเองได้เร็วขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมของ AFTERKLASS ได้ที่เว็บไซต์ www.afterklass.com หรือเฟซบุ๊ก AFTERKLASS

สรุป: กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการด้วยการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงความรู้กับการลงมือทำจริง หากเยาวชนกล้าทดลอง รับฟังตลาด และเรียนรู้จากทุกความผิดพลาด ไอเดียเล็ก ๆ ก็มีโอกาสเติบโตเป็นธุรกิจที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมได้

ที่มา – กสิกรไทย ปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *