กองทัพเรือ เดินหน้า โครงการเรือฟริเกต หนุนสร้างเรือรบในประเทศ
ในยุคที่เทคโนโลยีและความมั่นคงของชาติมีความสำคัญ กองทัพเรือ เดินหน้า โครงการเรือฟริเกต หนุนสร้างเรือรบในประเทศ อย่างจริงจัง เพื่อไม่เพียงเสริมแกร่งกองทัพ แต่ยังยกระดับอุตสาหกรรมการต่อเรือไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก
กองทัพเรือ เดินหน้า โครงการเรือฟริเกต หนุนสร้างเรือรบในประเทศ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้เปิดเผยถึงการจัดการประชุมแนวทางการดำเนิน โครงการเรือฟริเกต ภายใต้กลไกการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หรือ Offset Policy ร่วมกับสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย (TSBA) และผู้ประกอบการอู่ต่อเรือในประเทศ โดยมีสถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม (สวทช.) เข้าร่วมให้ข้อมูลหลักการและวิธีการคำนวณ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างทุกฝ่าย
โครงการนี้ไม่ใช่แค่การจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 1 ลำเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐ์กิจ โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เปลี่ยนจากบทบาท “ผู้ซื้อ” เป็น “ผู้สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม
กรอบการดำเนินงาน 5 มิติสำคัญของโครงการ
กองทัพเรือได้กำหนดกรอบการดำเนินงานผ่าน 5 มิติหลัก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในทุกระดับ:
- การลงทุนในประเทศ: สร้างฐานการผลิตที่ยั่งยืนภายในประเทศ
- การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี: นำเทคโนโลยีชั้นนำมาพัฒนาให้ไทยเป็นเจ้าของ
- การฝึกอบรมบุคลากร: สร้างกำลังคนที่มีทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
- การร่วมผลิต: ร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติในการผลิตชิ้นส่วน
- การใช้ทรัพยากรภายในประเทศ: ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและบริการจากไทย
นอกจากนี้ ยังวางแผนเป็น “บันได 3 ขั้น” เพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองระยะยาว ได้แก่
- เรียนรู้จากผู้สร้างต่างประเทศ
- ผลิตในประเทศบางส่วน
- สร้างเรือได้เองทั้งระบบในอนาคต
หลักเกณฑ์การพิจารณาที่เปิดกว้างและโปร่งใส
กองทัพเรือยืนยันแนวทางเปิดกว้าง ไม่กำหนดเพดานบนของ Offset Policy โดยพิจารณาจากข้อเสนอที่ดีที่สุด ผู้เสนอที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด เช่น การต่อเรือในประเทศ การใช้ทรัพยากรท้องถิ่น และการพัฒนาเทคโนโลยี จะได้รับการ ưu tiên การวัดผลยึดหลัก Outcome-Based หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ไทยสามารถซ่อมบำรุง พัฒนา และต่อยอดได้เอง
ยังเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานการประเมิน และความพร้อมลงทุน โดยจะนำไปปรับใช้ในการเจรจา เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดทั้งเรือฟริเกตที่ตรงยุทธศาสตร์และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้คือกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สร้างงาน พัฒนาเทคโนโลยี และเสริมความมั่นคงระยะยาว ภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันจริง เพื่อให้ไทยพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้ไม่เพียงเสริมแกร่งกองทัพเรือ แต่ยังเป็นโอกาสทองสำหรับอุตสาหกรรมไทยในการก้าวสู่ระดับโลก หากภาคเอกชนและรัฐบาลร่วมมือกัน จะสร้างผลกระทบเชิงบวกมหาศาลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ลองติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ และแสดงความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – ‘กองทัพเรือ’ เดินหน้า ‘โครงการเรือฟริเกต’ หนุนสร้างเรือรบในประเทศ