กัมพูชารับข้อเสนอไทย: เกณฑ์วัดใจ 3 ระดับ

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการเจรจาคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (GBC) ที่ประเทศมาเลเซียว่า ฝ่ายกัมพูชานั้นได้ตอบรับข้อเสนอของไทยแล้ว และได้มีการตั้งเกณฑ์วัดความจริงใจของกัมพูชาไว้ 3 ระดับ

กัมพูชารับข้อเสนอไทย: เกณฑ์วัดใจ 3 ระดับ

ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก พล.อ.ณัฐพล ได้กล่าวถึงรายละเอียดเบื้องต้นว่า ข้อเสนอที่ไทยได้เสนอไปนั้นได้รับการเห็นชอบร่วมกันจากฝ่ายกัมพูชา โดยมีข้อเสนอประมาณ 13-14 ข้อที่ตรงกับที่ สมช. ได้อนุมัติไป

พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงกรณีที่ผ่านมาที่มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเล็กๆ น้อยๆ ว่าจะต้องมีการกำกับกันต่อไป แต่โดยส่วนตัวแล้วเขามองว่าฝ่ายกัมพูชามีความจริงใจที่จะหยุดยิงจากการบรรลุข้อตกลงในระดับกองเลขาฯ โดยได้แบ่งระดับความจริงใจไว้ 3 ระดับด้วยกัน:

  1. ระดับกองเลขาฯ: ถือว่าผ่านเรื่องความจริงใจในระดับหนึ่ง
  2. ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม: ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 7 ส.ค. ถือเป็นการวัดความจริงใจในระดับที่ 2
  3. ระดับการปฏิบัติจริง: คือการทำตามที่ตกลงกันไว้

ดังนั้น พล.อ.ณัฐพล จึงเห็นว่ากัมพูชาได้ผ่านเกณฑ์ความจริงใจไปแล้ว 1 ระดับ คือการที่กองเลขาฯ ตอบรับข้อเสนอของฝ่ายไทย ซึ่งปกติแล้วในการประชุมจากฝ่ายกองเลขาฯ ของ GBC ฝ่ายกัมพูชามักจะรอฟังข้อเสนอจากฝ่ายไทยก่อน แล้วจึงให้ข้อพิจารณามาในการแลกเปลี่ยน แต่ในการประชุมครั้งนี้ก็ได้ข้อสรุปที่น่าพอใจภายใน 3 วัน

เงื่อนเวลาและผลประโยชน์ของชาติ

พล.อ.ณัฐพล ยอมรับว่ามีเรื่องเงื่อนเวลาอยู่ในข้อเสนอที่ไทยเสนอไป แต่ขอพิจารณารายละเอียดในช่วงครึ่งวันก่อน และขอให้ทุกคนสบายใจได้ว่าไทยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และคำนึงถึงอธิปไตยเป็นสำคัญ

สิ่งที่เน้นย้ำคือ การประชุม GBC จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศเป็นประธาน ซึ่งกรอบการพิจารณาส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่อำนาจความมั่นคงในเรื่องของการหยุดยิง นอกจากนี้ยังมีงานอื่นๆ ที่ต้องทำอีกหลายอย่าง เช่น เรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายของพลเรือน หรือเรื่องเขตแดน ซึ่งจะมีการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ต่อไป

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เลขาธิการ สมช. เป็นประธานการประชุมพิจารณาแบ่งมอบงานให้เรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสบายใจว่าใครจะรับผิดชอบในเรื่องใด

ส่วนเรื่องของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) จะมุ่งไปที่ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะคือส่วนราชการต่างๆ ที่มาร่วมกันทำงาน เพราะหากรวมการทำงานแล้วอยู่ในระยะยาว จะทำให้กลไกในปกติไม่สามารถทำงานได้

ข้อเสนอของกัมพูชาและ MOU 2543

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขาไม่ทราบถึงเงื่อนไข 2 ข้อที่ฝ่ายกัมพูชาขอปรึกษาจากกรุงพนมเปญ เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบกับกองเลขาฯ แต่หากมีการซักถามแล้วข้อเสนอเดิมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงต้องรอฟังข้อสรุปในวันที่ 6 ส.ค.

สำหรับการประชุม GBC หากเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการพูดคุยในคณะกรรมการชุดอื่นน่าจะง่ายขึ้น แต่ในความรู้สึกของเขาไม่น่าจะเกี่ยวกัน เพราะขั้นต่อไปคือ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งเป็นระดับล่างลงไป ซึ่งในการประชุม GBC มีรายละเอียดเรื่องการหยุดยิง และปรับกำลัง หรือวางกำลัง ที่การประชุม RBC เป็นผู้กำหนด แต่ GBC ตีกรอบไว้ให้

ส่วนกลไก JBC เป็นสิ่งที่กัมพูชาบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด เพราะไทยอยากให้เข้าประชุมดังกล่าว เนื่องจากเป็นการประชุมระดับทวิภาคี แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าฝ่ายกัมพูชาอยากให้ไปศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีหลายงานและหน่วยที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า MOU 2543 ยังมีประโยชน์ เพราะการที่เรากล่าวหาฝ่ายกัมพูชาได้ในปัจจุบันกับนานาประเทศ คือ กัมพูชาผิด MOU 2543 ถ้าไม่มีข้อตกลงดังกล่าว ก็ไม่มีข้ออ้างอิง หรือกติกาที่จะไปกล่าวหากัมพูชาได้เลย เช่น ที่เรากล่าวหากัมพูชาว่า มาขุดคูเลตในเขตประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้ผิด MOU 2543 แต่ถ้าไม่มี MOU 2543 ไทยจะไปกล่าวหากัมพูชาอย่างไร

ในตอนท้าย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า แม้ว่าสื่อกัมพูชาจะออกมาบอกว่าไม่ได้เต็มใจรับข้อเสนอทั้งหมด แต่ไทยยึดตามเอกสารที่มีการลงนามร่วมกัน และมีการมีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม ซึ่งจะเป็นพยานยืนยันข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้จะยังมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่การที่ กัมพูชารับข้อเสนอไทย ถือเป็นสัญญาณบวก และการมีเกณฑ์วัดความจริงใจ 3 ระดับ จะช่วยให้เราติดตามและประเมินสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘บิ๊กเล็ก’ เผย ‘กัมพูชา’ รับข้อเสนอไทย ชี้ตั้งเกณฑ์วัดความจริงใจกัมพูชา 3 ระดับ

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *