การเคหะฯ ขยายเพดานรายได้เช่าซื้อ/ซื้อ

การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของหลายครอบครัว แต่ในช่วงที่ค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น การขอสินเชื่อหรือการซื้อบ้านอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน ล่าสุดการเคหะแห่งชาติ หรือ กคช. ได้ปรับหลักเกณฑ์สำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น โดยขยายเพดานรายได้ครัวเรือนสำหรับผู้ที่ต้องการเช่าซื้อหรือซื้อที่อยู่อาศัยเป็นไม่เกิน 48,700 บาทต่อเดือน

มาตรการนี้อยู่ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจนเกินเกณฑ์เดิม แต่ยังต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อมีบ้าน โดยการปรับเกณฑ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการทำให้เงื่อนไขสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน

การเคหะฯ ขยายเพดานรายได้เช่าซื้อ/ซื้อ

เดิมการเคหะแห่งชาติกำหนดเพดานรายได้สำหรับกลุ่มเช่าซื้อหรือซื้อไว้ที่ไม่เกิน 45,700 บาทต่อเดือน แต่จากข้อมูลกลุ่มเป้าหมายในปี 2570 พบว่าครัวเรือนจำนวนมากมีรายได้เฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 34,501–48,700 บาทต่อเดือน ดังนั้นจึงมีการปรับเพดานรายได้ใหม่เป็นไม่เกิน 48,700 บาทต่อเดือน เพื่อให้ผู้มีรายได้อยู่ในช่วงดังกล่าวยังสามารถยื่นขอรับการพิจารณาตามโครงการได้

การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ ผู้สนใจยังจำเป็นต้องตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสาร และเงื่อนไขอื่น ๆ ของโครงการให้ครบถ้วน รวมถึงประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของครอบครัวก่อนตัดสินใจ การเตรียมข้อมูลรายได้และภาระหนี้อย่างละเอียดจะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

การเคหะฯ ขยายเพดานรายได้เช่าซื้อ/ซื้อ ช่วยใครบ้าง

กลุ่มที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการปรับเพดานรายได้ ได้แก่ ครอบครัวที่มีรายได้ประจำหรือรายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถซื้อบ้านในตลาดทั่วไปได้ รวมถึงผู้ที่ต้องการเช่าซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ นอกจากนี้ยังครอบคลุมกลุ่มเปราะบางบางประเภท ซึ่งอาจต้องการเงื่อนไขและการสนับสนุนที่เหมาะสมกว่าผู้สมัครทั่วไป

  • กลุ่มลูกค้าทั่วไป: ผู้มีรายได้ครัวเรือนไม่เกิน 48,700 บาทต่อเดือน และผ่านหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด
  • พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว: ผู้ที่รับผิดชอบดูแลครอบครัวและบุตรด้วยตนเอง
  • ผู้สูงอายุและคนพิการ: กลุ่มที่อาจต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและความปลอดภัย
  • ผู้ดูแลหรือผู้ปกครองคนพิการ: ผู้ที่มีภาระดูแลสมาชิกในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
  • บุตรของผู้พักอาศัยเดิม: ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการเดียวกับพ่อแม่

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563–2569 หรือข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 การเคหะแห่งชาติปล่อยสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยแล้วรวม 2,578.989 ล้านบาท มีผู้ได้รับอนุมัติสินเชื่อทั้งหมด 4,047 ราย แบ่งเป็นลูกค้าทั่วไป 3,531 ราย และกลุ่มเปราะบาง 516 ราย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการมีบทบาทในการช่วยให้ประชาชนหลายกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านมากขึ้น

ผู้ถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อยังมีทางเลือก

สำหรับผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินแล้วไม่ได้รับอนุมัติ ยังสามารถสอบถามและยื่นขอรับการพิจารณาภายใต้โครงการของการเคหะแห่งชาติได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด การมีทางเลือกเพิ่มเติมช่วยลดข้อจำกัดของผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีประวัติการขอสินเชื่อไม่ผ่านจากธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครควรรวบรวมหลักฐานรายได้ให้ชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ รายการเดินบัญชี หรือเอกสารการประกอบอาชีพตามความเหมาะสม หากมีหนี้สินเดิม ควรตรวจสอบยอดผ่อนต่อเดือนและวางแผนงบประมาณครัวเรือนให้รอบคอบ เพราะการมีบ้านเป็นของตัวเองควรมาพร้อมความสามารถในการดูแลค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นค่างวด ค่าส่วนกลาง ค่าสาธารณูปโภค และค่าซ่อมบำรุง

วิธีตรวจสอบรายละเอียดและสมัครโครงการ

ผู้สนใจควรเริ่มจากตรวจสอบโครงการที่เปิดให้เช่าซื้อหรือซื้อ พร้อมอ่านเงื่อนไขด้านรายได้ คุณสมบัติ และเอกสารที่ต้องใช้ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามขั้นตอนล่าสุด เนื่องจากรายละเอียดของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกัน การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดเวลาในการยื่นเรื่องและทำให้เจ้าหน้าที่ประเมินข้อมูลได้สะดวกขึ้น

  • ตรวจสอบรายได้รวมของครัวเรือนให้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารยืนยันรายได้
  • แจ้งข้อมูลหนี้สินและภาระค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง
  • สอบถามราคา ที่ตั้ง และเงื่อนไขของโครงการที่สนใจ
  • ติดต่อการเคหะแห่งชาติเพื่อขอคำแนะนำก่อนยื่นสมัคร

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 351 6036 หรือ Call Center 1615 รวมถึงติดตามข้อมูลโครงการและการจองที่อยู่อาศัยผ่านเว็บไซต์ house.nha.co.th และ Facebook Fanpage: NHA_Marketing

โดยสรุป การเคหะฯ ขยายเพดานรายได้เช่าซื้อ/ซื้อ เป็นมาตรการที่ช่วยเปิดประตูให้ครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 48,700 บาทต่อเดือนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น หากกำลังมองหาบ้านและตรงตามเงื่อนไข ควรตรวจสอบข้อมูลกับการเคหะแห่งชาติโดยตรง เตรียมเอกสารให้พร้อม และวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นบ้านที่มั่นคงสำหรับครอบครัว

ที่มา – การเคหะฯ ขยายเพดานรายได้เช่าซื้อ/ซื้อ เป็นไม่เกิน 48,700 บาทต่อเดือน เริ่มแล้วตอนนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *