ขสมก ก้าวสู่ปีที่ 50 รถเมล์อีวี 8 บาท
ขสมก ก้าวสู่ปีที่ 50 รถเมล์อีวี 8 บาท: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบขนส่งกรุงเทพ
ในวาระครบรอบ 49 ปีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 50 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศนโยบายที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่อง ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท ซึ่งจะทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสะดวก ถูก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขสมก ถือเป็นเสาหลักของระบบขนส่งสาธารณะที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชนนับล้านคน
ปัจจุบัน ขสมก ให้บริการรถเมล์รวมกว่า 2,883 คัน แบ่งเป็นรถเมล์ธรรมดา 1,520 คัน และรถเมล์ปรับอากาศ 1,363 คัน รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย 5-6 แสนคนต่อวัน รัฐบาลยังคงสนับสนุนงบประมาณชดเชยรายได้ปีละ 885 ล้านบาท เพื่อรักษาค่าโดยสารให้ถูกลงและพัฒนาบริการ แต่ปัญหาหลักคือต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงที่สูงถึง 2,090 ล้านบาทและ 1,800 ล้านบาทต่อปีตามลำดับ ทำให้องค์กรขาดทุนสะสมกว่า 1.5 แสนล้านบาท
ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท: แผนจัดหาและประโยชน์
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ขสมก วางแผนจัดหารถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์ร้อนเก่าแก่ที่มีอายุใช้งานเกิน 20 ปี การนำ ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท มาใช้จะช่วยลดต้นทุนรวมกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี ลดมลพิษจากควันดำ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการพึ่งพางบสนับสนุนจากรัฐบาลในระยะยาว โดยคาดว่า EBITDA จะเป็น 0 ในปี 2575 และเริ่มทำกำไรหลังจากนั้น
การจัดหารถ EV อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็น TOR และประมูล คาดรับมอบล็อตแรก 500 คันในเดือนกันยายน 2569 ล็อตที่สองอีก 500 คันในธันวาคม 2569 และล็อตสุดท้าย 520 คันในมีนาคม 2570 รถเหล่านี้จะเป็นรถเมล์แอร์ EV ใหม่ที่สะดวกสบาย และรัฐบาลยืนยันว่าจะเก็บค่าโดยสารที่ 8 บาทตลอดสาย เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
นโยบายลดค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก
นโยบาย ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจลดค่าครองชีพจากรัฐบาล ที่จะเริ่มดำเนินการทันทีหลังแถลงนโยบายสิ้นเดือนกันยายน 2568 สำหรับรถเมล์ธรรมดาจะคงราคา 8 บาท ส่วนรถเมล์แอร์ปัจจุบันที่เก็บ 12-25 บาท จะศึกษาปรับลดลง นอกจากนี้ ยังเตรียมเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถเมล์เอกชนให้ใช้ราคาเดียวกัน เพื่อมาตรฐานการบริการที่เท่าเทียม
- ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม: ลดควันดำและก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้อากาศในกรุงเทพฯ ดีขึ้น
- ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ: ลดต้นทุนน้ำมันและซ่อมบำรุง ทำให้ขสมก. พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
- ประโยชน์สำหรับประชาชน: เดินทางถูกลง สะดวกขึ้น ด้วยระบบ GPS และแอป BMTA Bus ที่ติดตามรถเรียลไทม์
ขสมก. ยังพัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อแก้ปัญหารถขาดระยะและเพิ่มความตรงเวลา รวมถึงระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยและรวดเร็ว การเชื่อมต่อทุกโหมดขนส่ง เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือ จะทำให้การเดินทางไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสู่ระบบขนส่งไทยยุคใหม่ที่ยั่งยืน หากคุณเป็นผู้ใช้บริการรถเมล์ ลองลองใช้แอป BMTA Bus เพื่อวางแผนการเดินทางตั้งแต่วันนี้ แล้วเตรียมตัวต้อนรับรถเมล์อีวีในอนาคตอันใกล้!





