ของเสียจากเหมืองถ่านหิน สร้างมูลค่า

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด จัดงานประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ‘Ford Smart Mobility Challenge 2025’ รอบตัดสิน ท่ามกลางบรรยากาศการนำเสนอผลงานอย่างเข้มข้น รวมถึงการรับฟังคำแนะนำและแนวทางการพัฒนาจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยในปีนี้ ผลงาน ‘Graphene Battery from Leonardite Waste’ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กรุงเทพมหานคร สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ด้วยการนำของเสียจากเหมืองถ่านหิน สร้างมูลค่าในประเทศไทยมาสร้างมูลค่า สนับสนุนความปลอดภัยในการใช้งานแบตเตอรี่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อีกทั้งยังมีแนวทางการต่อยอดผลงานที่ชัดเจน รวมถึงความคิดสร้างสรรค์และการนำเสนอผลงานที่โดดเด่น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ณ อาคาร KX Knowledge Xchange

“ฟอร์ด และพันธมิตรในโครงการฯ ขอแสดงความยินดีกับทีมผู้ชนะ และขอชื่นชมทุกทีมที่ผ่านเข้ามาแข่งขันกันในรอบสุดท้ายของโครงการ Ford Smart Mobility Challenge การนำเสนอผลงานของทุกทีมน่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงพลังของเยาวชนในการผสานความรู้ให้เข้ากับความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพของชุมชนที่อยู่รอบตัว” เจน ฮอลโลเวย์ ผู้จัดการฟอร์ด ฟิแลนโธรพี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว พร้อมย้ำว่า “โครงการ Ford Smart Mobility Challenge ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนทักษะเยาวชนไทยให้พร้อมปรับตัวกับตลาดงานในอนาคต ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้แนวคิดนวัตกรรมได้รับการต่อยอดใช้ได้จริง จึงได้ผสานจุดแข็งของพันธมิตรในการส่งมอบความรู้และประสบการณ์อันเป็นการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริงในระยะยาวแก่เยาวชนที่เข้าร่วม และหวังว่าทั้ง 10 ทีมสุดท้ายในปีนี้ จะได้รับประสบการณ์ทั้งความรู้และการลงมือปฏิบัติจากโครงการฯ เพื่อนำไปขับเคลื่อนคุณประโยชน์ต่อสังคมและเป็นแรงบันดาลใจในเยาวชนไทยต่อไป”

นอกจากรางวัลชนะเลิศแล้ว โครงการ Ford Smart Mobility Challenge ยังมอบรางวัลสำหรับผู้ชนะในอันดับต่าง ๆ รวมทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนโครงงานสำหรับสถาบันการศึกษาทั้งสิ้น 840,000 บาท ได้แก่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: ผลงาน ‘ระบบเฝ้าระวังไฟป่าอัจฉริยะบนพื้นที่เสี่ยง’ จากโรงเรียนวารีเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: ผลงาน ‘ผ้าปิดแผลรักษ์โลกจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร’ จากโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3: ผลงาน ‘เครื่องตรวจคัดกรองโรคเบาหวานเบื้องต้น’ จากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลชมเชยอีก 6 รางวัล รางวัล Social Popular Vote และรางวัล Best of Team Work

โครงการ Ford Smart Mobility Challenge 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการเดินทาง’ (Driving Innovation to Power the Future of Movement) ซึ่งได้รับการปรับชื่อจาก Ford Innovator Scholarship ถือเป็นโครงการด้านการส่งเสริมนวัตกรรมของฟอร์ดที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนแนวคิดการ ‘ขับเคลื่อน’ อันเป็นหัวใจสำคัญของฟอร์ด มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การเข้าถึงและส่งเสริมความหลากหลาย ความปลอดภัย และสุขภาพ-ความเป็นอยู่ที่ดี ในปีนี้ โครงการฯ ได้รับผลงานจากนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ทั้งหมด 138 ทีม ก่อนจะผ่านการคัดสรรสู่ 10 ทีมสุดท้าย เพื่อร่วมเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟอร์ด และผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารออนไลน์จากทีวีบูรพา เพื่อพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมได้จริง และเรียนรู้ทักษะการคิดแบบผู้ประกอบการธุรกิจ และการพัฒนาทักษะการนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ด ฟิแลนโธรพี ในมิติการส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนเพื่อตอบโจทย์ทักษะอาชีพในอนาคต ซึ่งถือเป็นในการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ตามแนวทางที่ยั่งยืน นี่เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของวิธีการที่เยาวชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสร้างสรรค์

ของเสียจากเหมืองถ่านหิน สร้างมูลค่า

โครงการที่เปลี่ยนของเสียจากเหมืองถ่านหินเป็นมูลค่าได้อย่างไร

โครงการ Ford Smart Mobility Challenge 2025 ได้แสดงให้เห็นว่า ของเสียจากเหมืองถ่านหิน สร้างมูลค่าได้จริง และไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิดในเชิงทฤษฎีเท่านั้น การที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีสามารถนำเอา Leonardite Waste มาพัฒนาเป็น Graphene Battery ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำวัสดุเหลือใช้มา Upcycle ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

การค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากฟอสซิลอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

นอกจากนี้ การที่โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำอย่าง ฟอร์ด ประเทศไทย, สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA), และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ยังเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ในอนาคต เราหวังว่าจะได้เห็นโครงการลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ และส่งเสริมให้เกิดการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ของเสียจากเหมืองถ่านหิน สร้างมูลค่า ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง และเป็นแนวทางที่สำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

ที่มา – รางวัลชนะเลิศ “ของเสียจากเหมืองถ่านหิน”สร้างมูลค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *