ขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้กล่องยูเอชทีค้างสต็อก
ในยุคที่สุขภาพของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญ โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ช่วยส่งเสริมโภชนาการให้กับนักเรียนทั่วประเทศ ล่าสุด มีข่าวดีจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำลังขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้กล่องยูเอชทีค้างสต็อก เพื่อแก้ปัญหาที่ค้างคาและสร้างความยั่งยืนให้ทั้งเด็กและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
ขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้กล่องยูเอชทีค้างสต็อก
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 นี้เป็นกรอบสำคัญในการบริหารจัดการโครงการให้ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การคัดเลือกผู้ประกอบการ การจัดสรรพื้นที่จำหน่าย และการบริหารงบประมาณ โดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กนักเรียนเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมก่อนประกาศใช้จริง ซึ่งจะช่วยให้โครงการขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้กล่องยูเอชทีค้างสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แนวทางแก้ปัญหานมกล่องยูเอชทีค้างสต็อกในโครงการนมโรงเรียน ปี 2569
หนึ่งในประเด็นร้อนที่ที่ประชุมหารือกันอย่างละเอียดคือปัญหานมกล่องยูเอชทีค้างสต็อกจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากผลผลิตน้ำนมดิบที่เกินความต้องการของตลาด ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ได้เสนอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์บางประการ เพื่อช่วยหมุนเวียนสต็อกนมเหล่านี้และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยควบคู่กับการหาแนวทางระบายผลผลิตส่วนเกินไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เนย ชีส หรือโยเกิร์ต
ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจปริมาณนมคงค้างทั่วประเทศภายใน 15 วัน เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำแนวทางบริหารจัดการร่วมกัน โดยคำนึงถึงกลไกตลาด มาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และมาตรการตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีการปรับเงื่อนไขอายุการเก็บรักษา
- กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบคุณภาพนมยูเอชทีให้ได้มาตรฐานทุกกล่อง
- คัดเลือกผู้ประกอบการ: เปิดประมูลอย่างโปร่งใสเพื่อผู้ประกอบการที่เชื่อถือได้
- บริหารงบประมาณ: จัดสรรเงินให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ
- ดูแลเกษตรกร: สนับสนุนราคาน้ำนมและช่องทางระบายผลผลิต
- ประชาสัมพันธ์: สร้างความเข้าใจถึงคุณค่าทางโภชนาการของนม
ปลัดกระทรวงฯ ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นระบบ ทั้งการควบคุมคุณภาพ การกระจายสินค้า การบริหารงบประมาณ และการดูแลเกษตรกร พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โครงการนี้ไม่เพียงเสริมสร้างสุขภาวะให้เด็กและเยาวชน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความมั่นคงในอาชีพเลี้ยงโคนมของเกษตรกรไทยในระยะยาว
ประโยชน์ของโครงการนมโรงเรียนต่อเด็กไทยและเกษตรกร
โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนมีส่วนสำคัญในการลดปัญหาการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียมและโปรตีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก นักเรียนที่ได้รับนมประจำจะมีพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาดีกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรเลี้ยงโคนมกว่า 20,000 รายทั่วประเทศที่พึ่งพารายได้จากโครงการนี้
ปัญหานมค้างสต็อกครั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเพิ่มผลผลิตโคนม การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และความผันผวนของตลาด แต่ด้วยการขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้กล่องยูเอชทีค้างสต็อก จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนได้ดีขึ้น ลดของเสีย และรักษาราคานมให้มั่นคง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นประโยชน์ต่อประชาชนตัวจริง หากดำเนินการได้ครบถ้วน จะเป็นต้นแบบให้โครงการโภชนาการอื่นๆ ต่อไป
คุณคิดอย่างไรกับแนวทางแก้ปัญหานี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลดีๆ นะครับ!
ที่มา – ขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน ปี 2569 เร่งหาแนวทางแก้มกล่องยูเอชทีค้างสต็อก