คมนาคมขีดเส้น ตั๋วร่วม จบ พ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
คมนาคมขีดเส้น ตั๋วร่วม จบ พ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
ข่าวดีสำหรับคนเมืองที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำ เมื่อกระทรวงคมนาคมออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในการผลักดันให้เกิด คมนาคมขีดเส้น ตั๋วร่วม จบ พ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นย้ำเรื่องการไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทย
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ว่า ขณะนี้ได้มีการเห็นชอบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยความพร้อมในเรื่องระบบและกฎหมายต่างๆ จะต้องสรุปให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการทดสอบระบบจริงในเดือนธันวาคม เพื่อเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบรับปีใหม่ 2570
รายละเอียดมาตรการตั๋วร่วม 17-45 บาท
สำหรับมาตรการค่าโดยสารที่หลายคนเฝ้ารอคือการจัดทำระบบค่าโดยสารราคาเดียว ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้ามีความคุ้มค่ามากขึ้น โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
- ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว
- ผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า
- สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บัตร EMV ที่เป็นคนไทยเท่านั้น
- ระบบจะใช้วิธีหักเงินตามจริงก่อน แล้วค่อยคืนส่วนต่างให้หากเกิน 45 บาท
นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการระบบเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะให้ธนาคารกรุงไทยเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ Clearing House เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในระบบ EMV อยู่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจะเน้นความถูกต้องและโปร่งใสตามหลักกฎหมาย เพื่อให้การเปิดใช้งานจริงในวันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด
ในส่วนของงบประมาณชดเชยค่าโดยสารที่คาดว่าจะต้องใช้ปีละประมาณ 4 พันล้านบาทนั้น กระทรวงคมนาคมมองว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทั้งระบบ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 2 แสนล้านบาท การดำเนินโครงการคมนาคมขีดเส้น ตั๋วร่วม จบ พ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70 จึงถือเป็นการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าในระยะเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในขณะนี้คือการเร่งดำเนินการในสายสีเขียวและสายสีทอง ให้พร้อมรองรับระบบ EMV ให้ทันเวลา ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในอนาคตระบบนี้จะครอบคลุมไปถึงการรองรับ QR Code เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก นี่คือความหวังใหม่ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม เรามาร่วมจับตาดูกันว่าเมื่อถึงวันที่ 1 มกราคม 2570 ระบบนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางในกรุงเทพฯ ได้ดีแค่ไหน แต่เชื่อมั่นได้เลยว่านี่คือการยกระดับที่คนไทยทุกคนรอคอยครับ



